<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>green house emissions | INVENTOR.IN.TH</title>
	<atom:link href="https://www.inventor.in.th/home/tag/green-house-emissions/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<description>Magazine online for thai inventor</description>
	<lastBuildDate>Mon, 11 Jul 2022 14:01:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2018/08/cropped-icon-inventor-32x32.png</url>
	<title>green house emissions | INVENTOR.IN.TH</title>
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ จะประเมินแนวทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้นได้อย่างไร</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/data-center-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jul 2022 14:01:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[data center]]></category>
		<category><![CDATA[data center industry]]></category>
		<category><![CDATA[green house emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Pankaj Sharma]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=10610</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/data-center-industry/">อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ จะประเมินแนวทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้นได้อย่างไร</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>โดยปานกาจ ชาร์มา รองประธานบริหาร ธุรกิจ Secure Power ชไนเดอร์ อิเล็คทริค การเปลี่ยนกระบวนการในเกือบทุกฟังก์ชั่นของสังคมเป็นระบบดิจิทัล นำไปสู่การเกิดข</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/data-center-industry/">อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ จะประเมินแนวทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้นได้อย่างไร</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/data-center-industry/">อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ จะประเมินแนวทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้นได้อย่างไร</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><em>โดยปานกาจ ชาร์มา รองประธานบริหาร ธุรกิจ </em><em>Secure Power </em><em>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</em></p>
<p style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนกระบวนการในเกือบทุกฟังก์ชั่นของสังคมเป็นระบบดิจิทัล นำไปสู่การเกิดข้อมูลจำนวนมหาศาล และมีอัตราเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ คาดกันว่าการสร้างและสำรองข้อมูลทั่วโลกจะนำไปสู่การเติบโตที่อัตรา 23 เปอร์เซ็นต์ต่อปีภายในปี 2025  โดยมีแนวโน้มว่าอัตราการเติบโตในระดับนี้ จะเกินศักยภาพความจุของดาต้าเซ็นเตอร์ที่จะรับไหวในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหลายในโลก มีการใช้พลังงานคิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดอยู่แล้ว และแม้ว่าอุตสาหกรรมจะมีการพัฒนาประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อจากทศวรรษที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าประสิทธิภาพเหล่านั้น จะสามารถชดเชยความต้องการด้านพลังงงานของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ในปีต่อๆ ไปได้หรือไม่</p>
<p style="font-weight: 400;">ในขณะที่อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเร่งดำเนินการให้เท่าทันต่อความต้องการ อีกทั้งยังทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอันสูงส่งด้านความยั่งยืน ในการดำเนินการทั้งสองเรื่องนี้ นอกจากอุตสาหกรรมต้องจัดการเรื่องประสิทธิภาพด้านพลังงานแล้ว ยังต้องดูแลผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอาคารและการจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ การที่ทุกบริษัทตัดสินใจเองว่าผลกระทบเหล่านี้คืออะไรบ้างและจะวัดผลกระทบอย่างไร แต่ก็เป็นเรื่องยากในการที่ลูกค้า นักลงทุนและกระทั่งผู้ประกอบการก็ตามที่จะรู้ว่าบริษัทปฏิบัติงานเป็นอย่างไรบ้าง</p>
<p style="font-weight: 400;">สำหรับอุตสาหกรรมที่จะมุ่งหน้าไปสู่ความยั่งยืนในแนวทางที่มีความหมาย ต้องผสานรวมแนวคิดเรื่องของการวัด ว่าต้องวัดอะไรบ้าง วัดอย่างไร และกำหนดความสำเร็จได้อย่างไร</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>สร้างมาตรฐานประสิทธิภาพด้านพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">มาตรฐานอุตสาหกรรมด้านประสิทธิภาพความยั่งยืนและพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์นั้นมีอยู่แล้ว ตัวชี้วัดตัวแรกสำหรับมาตรฐานการวัดประสิทธิภาพพลังงานดาต้าเซ็นเตอร์ถูกสร้างขึ้นในปี 2007  ปัจจุบันเป็นหนึ่งในศัพท์สามัญที่อุตสาหกรรมใช้กันทั่วไป โดย Green Grid ได้พัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือ PUE (Power Usage Effectiveness) เพื่อวัดสัดส่วนของพลังงานทั้งหมดที่ถูกใช้ไปกับไอที ประโยชน์ของการวัดมาตรฐานนั้นชัดเจน ตั้งแต่ที่มีนำเรื่องนี้มาใช้ ค่า PUE โดยเฉลี่ยในแต่ละปีของดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่มีการปรับปรุงดีขึ้นอย่างมาก เนื่องจากผู้ประกอบการต่างหาทางเพิ่มประสิทธิภาพของทุกสิ่งในดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งแต่ระบบทำความเย็น จนถึงระบบแสงสว่าง  ตัวชี้วัด PUE ช่วยนำอุตสาหกรรมไปสู่แง่มุมที่สำคัญด้านประสิทธิภาพพลังงาน พร้อมขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนมากขึ้น และเมื่ออุตสาหกรรมต้องเผชิญกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ขยายตัวในวงกว้าง ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องก้าวต่อไปข้างหน้า</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>การสร้างแนวทางด้านความยั่งยืนในองค์รวม</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องมีกรอบการทำงานด้านความยั่งยืนในภาพรวม พร้อมตัวชี้วัดมาตรฐานเพี่อชี้แนะเรื่องการวางแผนสำหรับทั้งเจ้าของกิจการและผู้ดำเนินงาน ศูนย์วิจัยด้านการบริหารจัดการพลังงานของชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Energy Management Research Center) ได้พัฒนากรอบการทำงานแรกของอุตสาหกรรม ด้วยการใช้ความเชี่ยวชาญของผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนและสถาปนิกด้านโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ มาช่วยในการคาดเดาถึงความยั่งยืนของดาต้าเซ็นเตอร์  กรอบการทำงานนี้ จัดทำขึ้นโดยใช้ตัววัดเฉพาะทางถึง 23 ประเภทด้วยกัน ซึ่งได้มีการอธิบายไว้ในเอกสาร white paper “<u><a href="https://go.schneider-electric.com/WW_202111_WP67-Sustainability-Metrics-EN_MF-LP.html?utm_source=blog&amp;utm_medium=banner&amp;utm_campaign=cloudcolo" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://go.schneider-electric.com/WW_202111_WP67-Sustainability-Metrics-EN_MF-LP.html?utm_source%3Dblog%26utm_medium%3Dbanner%26utm_campaign%3Dcloudcolo&amp;source=gmail&amp;ust=1657629389722000&amp;usg=AOvVaw0002KXpsrnL_urAXIrIjBl">Guide to Environmental Sustainability Metrics for Data Centers</a></u>”  ซึ่งเป็นชุดมาตรฐานของตัวชี้วัด ที่จะช่วยให้บริษัทต่างๆ มุ่งเน้นที่ผลกระทบสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม และช่วยประเมินประสิทธิภาพที่เกี่ยวข้องกับส่วนต่างๆ อีกทั้งช่วยสร้างแผนงานเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพ</p>
<p style="font-weight: 400;">การชี้แนะแนวทางดังกล่าว ยังช่วยให้ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ ระบุจุดยืน ณ ปัจจุบันบนเส้นทางสู่ความยั่งยืนตามตัวชี้วัดที่ใช้ในการติดตามความคืบหน้า โดยเมื่อองค์กรกำหนดได้ว่าองค์กรตนอยู่จุดไหนของการมุ่งมั่นเพื่อสร้างความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น จุดที่ก้าวหน้า หรือนำหน้าไปแล้วก็ตาม องค์กรสามารถเลือกตัวชี้วัดเพิ่มเพื่อเริ่มติดตามผลลัพธ์ในขณะที่ก้าวไปตามเส้นทางที่วางไว้ ตัวชี้วัดเหล่านี้จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท โดยแต่ละประเภทจะแสดงให้เห็นถึงบริเวณหลักในดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><strong>พลังงาน </strong>ดาต้าเซ็นเตอร์ ใช้พลังงานในปริมาณมหาศาล การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงานจึงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมลพิษทางอากาศ กระทั่งลดปริมาณน้ำที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า</li>
<li style="font-weight: 400;"><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจก </strong>ดาต้าเซ็นเตอร์ สร้างก๊าซเรือนกระจกจากพลังงานที่ซื้อมา รวมถึงกิจกรรมที่ไซต์งาน และจากส่วนประกอบของคาร์บอนในอุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ทุกรายต้องสามารถบอกปริมาณและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ให้ได้ เพื่อหาโอกาสในการลดการปล่อยก๊าซดังกล่าว</li>
<li style="font-weight: 400;"><strong>น้ำ </strong>ดาต้าเซ็นเตอร์แบบดั้งเดิมต้องใช้น้ำในการทำความเย็นในระบบ ซึ่งประเมินการใช้น้ำแต่ละปีอยู่ที่ 25 ล้านลิตรสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็ก 1MW  ระบบทำความเย็นเป็นแค่หนึ่งในฟังก์ชั่นของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้น้ำ โดยตัวชี้วัดแบบใหม่จะช่วยให้ผู้ดำเนินงานสามารถวัดการใช้น้ำและระบุหาเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยลดการใช้น้ำให้ได้มาก</li>
<li style="font-weight: 400;"><strong>ของเสีย </strong>ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องวัดและบริหารจัดการเรื่องของเสียที่ส่งผลกระทบต่อวงจรชีวิตของดาต้าเซ็นเตอร์ อีกทั้งนำแนวทางปฏิบัติด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ เพื่อลดของเสียทั่วซัพพลายเชน</li>
<li style="font-weight: 400;"><strong>พื้นที่และความหลากหลายทางชีวภาพ </strong>การสร้างและดำเนินการดาต้าเซ็นเตอร์ สามารถส่งผลกระทบต่อดิน น้ำ และอากาศ อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์จึงควรวัดผลกระทบเหล่านี้ เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศที่อยู่รอบๆ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่มีการพึ่งพากันอยู่</li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ติดตามความคืบหน้าด้วยระบบให้คะแนนที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากความกดดันจากลูกค้าและนักลงทุนแล้ว อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ยังต้องตอบสนองต่อกฎระเบียบข้อบังคับที่ต้องปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพด้านความยั่งยืน โดย <u><a href="https://www.energy.ca.gov/programs-and-topics/programs/building-energy-efficiency-standards" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.energy.ca.gov/programs-and-topics/programs/building-energy-efficiency-standards&amp;source=gmail&amp;ust=1657629389722000&amp;usg=AOvVaw0NH2Lq204K_bJ4ssK9FzyP">Title 24</a></u> ของแคลิฟอร์เนีย ได้กำหนดมาตรฐานต่างๆ เพื่อประสิทธิภาพด้านพลังงานทั้งอาคารใหม่และอาคารปัจจุบัน ในขณะที่ Green Building Masterplan ของสิงคโปร์ ได้กำหนดเป้าหมายว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของการพัฒนาใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2030 จะต้องเป็น Super Low Energy (SLE)  ในสหภาพยุโรป ‘<u><a href="https://www.consilium.europa.eu/en/policies/green-deal/eu-plan-for-a-green-transition/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.consilium.europa.eu/en/policies/green-deal/eu-plan-for-a-green-transition/&amp;source=gmail&amp;ust=1657629389722000&amp;usg=AOvVaw1VankqeF_3NEXyKPg1e4c_">Fit for 55</a></u>‘ รวมเรื่องกฏระเบียบใหม่ๆ ที่มุ่งเน้นการลดคาร์บอนในภาคอาคาร  บริษัทต่างๆ ที่นำนวัตกรรมใหม่มาใช้ รวมถึงผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ จะต้องมีตัวชี้วัดเพิ่มเพื่อวัดว่าอาคารของตนดำเนินการได้สอดคล้องตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเหล่านี้อย่างไรบ้าง</p>
<p style="font-weight: 400;">ยังมีกรอบการทำงานอีกหลายอย่าง นอกจากกรอบการทำงานที่ชไนเดอร์ได้เผยแพร่ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ให้ความสามารถในการมองเห็น ตั้งแต่โค้ด LEED และ BREEAM ตลอดจน Greenhouse Gas Protocol  และเมื่ออุตสาหกรรมมุ่งไปสู่มาตรฐานต่างๆ สำหรับตัวชี้วัดเหล่านี้ รวมถึงวิธีการวัดผล เราจะพัฒนาภาษากลาง (common language) เพื่อใช้งานร่วมกัน โดยผู้ประกอบการรายใดก็ตาม สามารถประเมินความคืบหน้าพร้อมทั้งเปรียบเทียบกับรายอื่นๆ ในอุตสาหกรรมได้</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ปูทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ทุกประเทศในโลกต่างกำลังมุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืน และกำหนดเป้าหมายอันสูงส่ง พร้อมกับนำกฎระเบียบและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้ นอกจากนี้ หลายบริษัทกำลังเดินหน้าไปตามเส้นทางดังกล่าว และลูกค้าต่างเรียกร้องให้ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์สาธิตถึงความยั่งยืน นอกจากเพื่อดึงดูดลูกค้าแล้ว การปรับปรุงประสิทธิภาพความยั่งยืนจะให้ผลลัพธ์เรื่องการลดค่าใช้จ่ายและให้ประโยชน์ในการดำเนินงานด้านอื่นๆ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์  โดยอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ มีโอกาสที่จะดำเนินการได้รวดเร็วเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ซึ่งจะให้ประโยชน์เรื่องของกำไร และประโยชน์ต่อชุมชนทั่วโลก รวมถึงความปลอดภัยของโลก ฉะนั้นการรู้ว่าจะวัดผลเรื่องอะไรคือขั้นตอนแรก</p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/data-center-industry/">อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ จะประเมินแนวทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้นได้อย่างไร</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
