<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Cloud | INVENTOR.IN.TH</title>
	<atom:link href="https://www.inventor.in.th/home/tag/cloud/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<description>Magazine online for thai inventor</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Apr 2024 14:29:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2018/08/cropped-icon-inventor-32x32.png</url>
	<title>Cloud | INVENTOR.IN.TH</title>
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซิสโก้พลิกโฉมระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ในยุค AI</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/cisco-cloud-ai-security/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Apr 2024 14:29:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ciso]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=12521</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/cisco-cloud-ai-security/">ซิสโก้พลิกโฉมระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ในยุค AI</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>กรุงเทพฯ, 19 เมษายน 2567 – ซิสโก้ (NASDAQ: CSCO) ผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยและเครือข่าย เผยโฉมแนวทางที่แปลกใหม่สำหรับการรักษาความปลอดภัยดาต้าเซ็นเต</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/cisco-cloud-ai-security/">ซิสโก้พลิกโฉมระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ในยุค AI</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/cisco-cloud-ai-security/">ซิสโก้พลิกโฉมระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ในยุค AI</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>กรุงเทพฯ</strong><strong>, 19 เมษายน 2567 – </strong>ซิสโก้ (NASDAQ: CSCO) ผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยและเครือข่าย เผยโฉมแนวทางที่แปลกใหม่สำหรับการรักษาความปลอดภัยดาต้าเซ็นเตอร์และระบบคลาวด์ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการปฏิวัติด้าน AI ที่มีผลต่อโครงสร้างพื้นฐานไอที ซิสโก้กำลังปรับสถาปัตยกรรมใหม่ในการใช้ประโยชน์และปกป้อง AI รวมไปถึงเวิร์กโหลดสมัยใหม่อื่นๆ ด้วย <strong>Cisco Hypershield ซึ่งเป็นนวัตกรรมแรกในอุตสาหกรรม (industry-first)</strong> นับเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยให้แก่องค์กรต่างๆ โดยต่อยอดจากการประกาศแผนการล่าสุดของซิสโก้ในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยอาศัยผลิตภัณฑ์อีเธอร์เน็ตสวิตช์ ซิลิคอน และระบบประมวลผลของซิสโก้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">Cisco Hypershield ปกป้องแอปพลิเคชัน อุปกรณ์ และข้อมูลทั้งหมดในดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งแบบพับลิคและไพรเวท รวมถึงสถานที่ตั้งทางกายภาพในทุกที่ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่ง Cisco Hypershield ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นโดยคำนึงถึง AI ตั้งแต่เริ่มต้น จึงช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุเป้าหมายด้านการรักษาความปลอดภัยในขอบเขตที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ชัค ร็อบบินส์</strong><strong>, ประธานและซีอีโอของซิสโก้</strong> กล่าวว่า &#8220;Cisco Hypershield เป็นหนึ่งในนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา ด้วยความได้เปรียบด้านข้อมูลและจุดแข็งในด้านความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน และแพลตฟอร์มการสังเกตการณ์ ซิสโก้จึงมีสถานะที่โดดเด่นในการช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถใช้ประโยชน์จากพลังของ AI&#8221;</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">Hypershield คือสถาปัตยกรรมการรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ที่นับเป็นการปฏิวัติวงการ สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เดิมพัฒนาขึ้นสำหรับระบบคลาวด์สาธารณะในระดับไฮเปอร์สเกล และตอนนี้พร้อมใช้งานสำหรับทีมงานฝ่ายไอทีภายในองค์กรทุกขนาด  Hypershield มีลักษณะเป็นแฟบริค (Fabric) มากกว่าที่จะเป็นรั้วกั้น จึงทำให้สามารถวางระบบรักษาความปลอดภัยได้ทุกที่ที่ต้องการ ครอบคลุมทุกบริการแอปพลิเคชันในดาต้าเซ็นเตอร์ ทุกคลัสเตอร์ Kubernetes ในระบบคลาวด์สาธารณะ รวมไปถึงคอนเทนเนอร์และเวอร์ชวลแมชชีน (VM) ทั้งหมด  นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนพอร์ตเครือข่ายทุกพอร์ตให้เป็นจุดควบคุมความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูง โดยนำความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยใหม่ๆ มาใช้ ไม่เพียงแต่บนคลาวด์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงดาต้าเซ็นเตอร์ พื้นที่ภายในโรงงาน หรือห้องถ่ายภาพทางการแพทย์ในโรงพยาบาล  เทคโนโลยีใหม่นี้สามารถสกัดกั้นการโจมตีช่องโหว่ของแอปพลิเคชันได้ภายในไม่กี่นาที และหยุดการเข้าถึงส่วนอื่นๆ ของเครือข่ายอย่างอิสระทั้งหมด</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>จีทู พาเทล</strong><strong>, รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายระบบรักษาความปลอดภัยและการทำงานร่วมกันของซิสโก้</strong> กล่าวว่า “AI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับประชากร 8,000 ล้านคนทั่วโลก ให้สามารถสร้างผลกระทบได้มากขึ้นราวกับว่ามีประชากรมากถึง 80,000 ล้านคน ด้วยศักยภาพดังกล่าว เราจึงจำเป็นต้องพลิกโฉมบทบาทของดาต้าเซ็นเตอร์ รวมไปถึงวิธีการเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์ การรักษาความปลอดภัย การดำเนินการ และการปรับขนาด  ข้อได้เปรียบของ Cisco Hypershield คือสามารถรักษาความปลอดภัยได้ทุกที่ที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นในซอฟต์แวร์ ในเซิร์ฟเวอร์ หรือแม้กระทั่งในสวิตช์เครือข่ายในอนาคต  เมื่อคุณมีระบบแบบกระจายที่ประกอบด้วยจุดควบคุมหลายแสนจุด การจัดการที่เรียบง่ายจึงถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับการดำเนินงาน และเราจำเป็นต้องมีระบบที่สามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติและเป็นอิสระมากขึ้น โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">การรักษาความปลอดภัยด้วย Hypershield เกิดขึ้นใน 3 เลเยอร์ที่แตกต่างกัน นั่นคือ ในซอฟต์แวร์ ในเวอร์ชวลแมชชีน และในเซิร์ฟเวอร์ประมวลผลบนเครือข่าย และอุปกรณ์ โดยใช้ประโยชน์จากตัวเร่งฮาร์ดแวร์อันทรงพลังแบบเดียวกับที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงและระบบคลาวด์สาธารณะในแบบไฮเปอร์สเกล</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><span style="font-family: Kanit;">Hypershield ถูกสร้างขึ้นด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่:</span></strong></p>
<ul style="font-weight: 400;">
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>AI-Native: </strong>Hypershield ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อทำงานได้อย่างเป็นอิสระและมีความสามารถในการคาดการณ์ เมื่อได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานแล้ว ระบบจะสามารถจัดการตัวเองได้ โดยรองรับแนวทางการรักษาความปลอดภัยที่มีการกระจายในวงกว้าง (Hyper-Distributed)</span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>Cloud-Native:</strong> Hypershield สร้างขึ้นบนโอเพ่นซอร์ส eBPF ซึ่งเป็นกลไกเริ่มต้นสำหรับการเชื่อมต่อและปกป้องเวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟในระบบคลาวด์แบบไฮเปอร์สเกล ในต้นเดือนที่ผ่านมา ซิสโก้ได้ซื้อกิจการ Isovalent ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ eBPF ชั้นนำสำหรับองค์กรธุรกิจ</span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>Hyper-Distributed: </strong>ซิสโก้พลิกโฉมวิธีการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายแบบเดิมๆ อย่างสมบูรณ์ โดยฝังระบบควบคุมการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงไว้ในเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างเครือข่ายโดยตรง Hypershield ครอบคลุมคลาวด์ทั้งหมดและใช้ประโยชน์จากการเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ เช่น หน่วยประมวลผลข้อมูล (DPU) เพื่อวิเคราะห์และตอบสนองต่อความผิดปกติในการทำงานของแอปพลิเคชันและเครือข่าย โดยจะย้ายระบบรักษาความปลอดภัยให้อยู่ใกล้กับเวิร์กโหลดที่ต้องการการปกป้องมากขึ้น</span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ซิสโก้ ด้วยความเชี่ยวชาญชั้นนำในอุตสาหกรรมด้านระบบเครือข่าย ความปลอดภัย และพาร์ทเนอร์อีโคซิสเต็มที่กว้างขวาง ร่วมกับ NVIDIA มุ่งมั่นในการสร้างและปรับแต่งโซลูชันความปลอดภัยที่เป็น AI-native เพื่อปกป้องและขยายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอนาคต ความร่วมมือนี้รวมถึงการใช้ประโยชน์จาก NVIDIA Morpheus cybersecurity AI framework ในการตรวจจับความผิดปกติของเครือข่ายที่เร็วขึ้น ตลอดจน NVIDIA NIM microservices เพื่อขับเคลื่อนผู้ช่วยด้าน security AI ที่กำหนดเองสำหรับองค์กร ตระกูลตัวเร่งประมวลผลแบบรวมศูนย์ (converged accelerators) ของ NVIDIA ผสานพลังของการประมวลผล GPU และ DPU เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Cisco Hypershield ด้วยความปลอดภัยที่ทรงพลังจากคลาวด์สู่เอดจ์</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>เควิน ไดเออร์ลิง</strong><strong>, รองประธานอาวุโสฝ่ายเครือข่ายของ NVIDIA</strong> กล่าวว่า &#8220;องค์กรในทุกอุตสาหกรรมกำลังมองหาระบบรักษาความปลอดภัยที่สามารถปกป้องพวกเขาจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ขยายวงกว้างอยู่ตลอดเวลา ซิสโก้และ NVIDIA กำลังใช้ประโยชน์จากพลังของ AI เพื่อมอบโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทรงพลังและปลอดภัยอย่างเหนือชั้น ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถทรานส์ฟอร์มธุรกิจของตน และลูกค้าได้ประโยชน์ในทุกที่&#8221;</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">Hypershield คือสถาปัตยกรรมการรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ที่ปฏิวัติวงการ โดยแก้ไขปัญหาท้าทายหลัก 3 ประการของลูกค้าสำหรับการปกป้ององค์กรให้รอดพ้นจากภัยคุกคามที่ซับซ้อนในปัจจุบัน:</span></p>
<ul style="font-weight: 400;">
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>การป้องกันช่องโหว่แบบกระจาย: </strong>ผู้โจมตีมีความเชี่ยวชาญในการสร้างอาวุธเพื่อโจมตีช่องโหว่ที่เพิ่งพบเจอได้รวดเร็วกว่าที่ฝ่ายป้องกันจะสามารถพัฒนาและติดตั้งแพตช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่นั้นๆ  จากข้อมูลของ Cisco Talos Threat Intelligence พบว่าองค์กรต่างๆ พบเจอช่องโหว่ใหม่เกือบ 100 รายการในแต่ละวัน ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายได้  Hypershield มอบการปกป้องได้อย่างฉับไวภายในเวลาไม่กี่นาที ด้วยการทดสอบและปรับใช้ระบบควบคุมการชดเชยโดยอัตโนมัติภายใน distributed fabric ของจุดควบคุมต่างๆ</span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>การแบ่งส่วนเครือข่ายอัตโนมัติ: </strong>เมื่อผู้โจมตีเข้ามาในเครือข่าย การแบ่งส่วนเครือข่ายถือเป็นกุญแจสำคัญในการหยุดการเข้าถึงส่วนอื่นๆ ของเครือข่ายอย่างอิสระได้ทั้งหมด  Hypershield จะสังเกต ค้นหาสาเหตุโดยอัตโนมัติ และประเมินนโยบายที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อแบ่งส่วนเครือข่ายโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ในสภาพแวดล้อมขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนอย่างมาก</span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>การอัปเกรดตรงตามข้อกำหนด:</strong> Hypershield ทำให้กระบวนการทดสอบและติดตั้งอัปเกรดที่ต้องใช้แรงงานและเวลาอย่างมากสามารถดำเนินการโดยอัตโนมัติทันทีที่อัปเกรดพร้อมใช้งาน โดยใช้ประโยชน์จาก Dual Data Plane  สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์แบบใหม่นี้ช่วยให้สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์อัปเกรดและการเปลี่ยนแปลงนโยบายไว้ใน Digital Twin ที่รองรับการทดสอบอัปเดตต่างๆ โดยใช้การผสมผสานที่เฉพาะเจาะจงของลูกค้า ทั้งในส่วนของแทรฟฟิก นโยบาย และฟีเจอร์ต่างๆ  จากนั้นก็นำอัปเดตดังกล่าวไปติดตั้งบนระบบที่ใช้งานจริง โดยที่ระบบยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง</span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">Hypershield ของซิสโก้ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มความปลอดภัย Security Cloud ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มความปลอดภัย cross-domain แบบรวมศูนย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยคาดว่าจะเปิดให้ใช้งานทั่วไปในเดือนสิงหาคม 2567 ด้วยการที่ซิสโก้เข้าซื้อกิจการของ Splunk เมื่อไม่นานมานี้ ลูกค้าจะได้รับความสามารถในมองเห็นและข้อมูลเชิงลึกที่เหนือกว่า ครอบคลุม digital footprint ทั้งหมดขององค์กร และช่วยยกระดับการรักษาความปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ฟรังค์ ดิคสัน</strong><strong>, รองประธานกลุ่มด้าน Security &amp; Trust ที่ IDC กล่าวว่า</strong> &#8220;&#8221;AI ไม่ได้เป็นเพียงพลังที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่เลวร้ายอีกด้วย ทำให้แฮกเกอร์สามารถย้อนรอยแพตช์และสร้างการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว ซิสโก้มุ่งแก้ไขปัญหาที่เกิดจาก AI ด้วยโซลูชัน AI โดย Hypershield ของซิสโก้มีเป้าหมายในการเปลี่ยนสถานการณ์ให้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกป้องระบบ ด้วยการปกป้องช่องโหว่ใหม่ๆ จากการถูกโจมตีภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที แทนที่จะต้องรอเป็นวัน เป็นสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งเป็นเดือน กว่าที่แพตช์จะถูกติดตั้งและแก้ไขปัญหาได้จริง”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">&#8220;ด้วยจำนวนช่องโหว่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเวลาที่แฮกเกอร์ใช้ในการโจมตีด้วยช่องโหว่เหล่านั้นลดลงเรื่อยๆ เป็นที่ชัดเจนว่าการอุดช่องโหว่ด้วยแพตช์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถตามทันได้อีกต่อไป เครื่องมืออย่าง Hypershield จึงมีความจำเป็นในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายทางไซเบอร์ที่ฉลาดและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ&#8221;</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ซีอุส เคอราวารา</strong><strong>, ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของ ZK Research</strong> กล่าวว่า “Cisco Hypershield มุ่งแก้ปัญหาความท้าทายด้านความปลอดภัยที่ซับซ้อนของศูนย์ข้อมูลสมัยใหม่ในยุค AI  วิสัยทัศน์ของซิสโก้เกี่ยวกับโครงสร้างแบบจัดการตัวเองที่ผสานรวมเครือข่ายไปจนถึงจุดปลายทางอย่างราบรื่น จะช่วยกำหนดนิยามใหม่สำหรับการรักษาความปลอดภัยในวงกว้าง ตัวอย่างเช่น ระดับการมองเห็นและการควบคุมสภาพแวดล้อมแบบ hyper-distributed สามารถป้องกันการเข้าถึงส่วนอื่นๆ ของเครือข่ายอย่างอิสระของผู้โจมตี ผ่านแนวทางการแบ่งส่วนเครือข่ายอัติโนมัติที่เป็นอิสระและมีประสิทธิภาพสูง แม้สิ่งนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เวลานี้ได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อความก้าวหน้าล่าสุดของ AI รวมกับความสมบูรณ์ของเทคโนโลยีคลาวด์เนทีฟอย่าง eBPF&#8221;</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>สตีเวน เอลโล</strong><strong>, หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสารสนเทศภาคสนามของ AHEAD</strong> กล่าวว่า &#8220;ที่ AHEAD เราเชื่อว่าความปลอดภัยทางไซเบอร์ควรถูกรวมเข้าไปในทุกสิ่งที่เราทำ การใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบแยกส่วนนั้นมีต้นทุนสูงและได้ผลน้อยกว่า Cisco Hypershield ทำให้มั่นใจว่ามาตรการป้องกันภัยไซเบอร์ถูกรวมเข้าไปในแฟบริกขององค์กร ระบบป้องกันการโจมตีแบบกระจาย (Distributed Exploit laProtection) จะเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่สำหรับฝ่ายป้องกัน การใช้แพตช์เสริมความปลอดภัยแบบเดิมนั้นจำกัดอยู่แค่อุปกรณ์ชั้นนอก (edge devices) ซึ่งยังเปิดช่องให้ผู้โจมตีเคลื่อนไหวสู่ส่วนอื่นๆ ได้อย่างอิสระเมื่อเจาะผ่านพื้นที่ชั้นนอกมาแล้ว วันนี้จึงเป็นวันที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ปกป้องความปลอดภัยไซเบอร์ที่จะมีเครื่องมือที่ดีกว่าในการป้องกันภัยคุกคามอย่างแท้จริง&#8221;</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ซิสโก้ปกป้องบริษัทชั้นนำระดับโลกทั้งหมดที่ติดอันดับ Fortune 100  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คลิกไปที่ <a href="http://cisco.com/go/security" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://cisco.com/go/security&amp;source=gmail&amp;ust=1713881873265000&amp;usg=AOvVaw3uTLySRDeHlGF50K7obbF9">cisco.com/go/security</a></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม</strong></span></p>
<ul style="font-weight: 400;">
<li><span style="font-family: Sarabun;">บล็อก: <a href="https://blogs.cisco.com/news/cisco-hypershield-security-reimagined-hyper-distributed-security-for-the-ai-scale-data-center" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://blogs.cisco.com/news/cisco-hypershield-security-reimagined-hyper-distributed-security-for-the-ai-scale-data-center&amp;source=gmail&amp;ust=1713881873265000&amp;usg=AOvVaw2Fs3v2oGQGmkUZYgMuDbgk">Cisco Hypershield: พลิกโฉมการรักษาความปลอดภัยแบบ hyper-distributed สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ AI</a></span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;">วิดีโอ: <a href="https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2024/m04/cisco-hypershield-security-reimagined.html" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2024/m04/cisco-hypershield-security-reimagined.html&amp;source=gmail&amp;ust=1713881873265000&amp;usg=AOvVaw259a-3Mr3TSeM0ar-siC2B">Cisco Hypershield: พลิกโฉมการรักษาความปลอดภัยในระดับ AI</a></span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;">บีโรล: <a href="https://app.frame.io/presentations/2736020d-6e8e-4cbd-9cc5-7b38fbe7815e" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://app.frame.io/presentations/2736020d-6e8e-4cbd-9cc5-7b38fbe7815e&amp;source=gmail&amp;ust=1713881873265000&amp;usg=AOvVaw39TMd7oMTGO2RraHegS-tH">ซาวด์ไบท์จากซิสโก้</a></span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;">ข่าวประชาสัมพันธ์: <a href="https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2024/m02/cisco-nvidia-ai-collaboration.html" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2024/m02/cisco-nvidia-ai-collaboration.html&amp;source=gmail&amp;ust=1713881873265000&amp;usg=AOvVaw2HH8FM9yRqV_lJlDE-t2Cf">ซิสโก้จับมือเอ็นวิเดีย ช่วยองค์กรต่างๆ ปรับใช้และจัดการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย</a></span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>เกี่ยวกับ ซิสโก้</strong><strong> (Cisco)</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">Cisco (NASDAQ: CSCO) เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่เชื่อมต่อทุกสิ่งอย่างปลอดภัยเพื่อให้ทุกสิ่งเป็นไปได้ เป้าหมายของซิสโก้คือขับเคลื่อนอนาคตสำหรับทุกคนโดยช่วยลูกค้าคิดใหม่ (reimagine) เกี่ยวกับแอปพลิเคชัน ขับเคลื่อนการทำงานแบบไฮบริด รักษาความปลอดภัยให้กับองค์กร ทรานส์ฟอร์มโครงสร้างพื้นฐาน และบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เปิดประสบการณ์กับซิสโก้ที่ห้องข่าว <a href="https://newsroom.cisco.com/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://newsroom.cisco.com/&amp;source=gmail&amp;ust=1713881873266000&amp;usg=AOvVaw3cW1wh8WvN879Y1CW_fYJZ">The Newsroom</a> และติดตามข่าวสารของซิสโก้บน X ที่ @Cisco.</span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/cisco-cloud-ai-security/">ซิสโก้พลิกโฉมระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ในยุค AI</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
