<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ลิขสิทธิ์ | INVENTOR.IN.TH</title>
	<atom:link href="https://www.inventor.in.th/home/tag/%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<description>Magazine online for thai inventor</description>
	<lastBuildDate>Sat, 14 Apr 2018 10:24:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2018/08/cropped-icon-inventor-32x32.png</url>
	<title>ลิขสิทธิ์ | INVENTOR.IN.TH</title>
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ลิขสิทธิ์</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Nov 2013 14:56:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทรัพย์สินทางปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[copyright]]></category>
		<category><![CDATA[ลิขสิทธิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://localhost/inventor/?p=494</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/">ลิขสิทธิ์</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>นับจากช่วง 1 &#8211; 2 ปีหลังมานี้ ผู้คนให้ความสนใจเรื่องของลิขสิทธิ์กันมาก หากนับจากเมื่อ 7 ปีที่แล้วในการรับบทบรรณาธิการนิตยสาร INVENTION ของผม ซึ่ง</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/">ลิขสิทธิ์</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/">ลิขสิทธิ์</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p><span style="font-size: 14px;">นับจากช่วง 1 &#8211; 2 ปีหลังมานี้ ผู้คนให้ความสนใจเรื่องของลิขสิทธิ์กันมาก หากนับจากเมื่อ 7 ปีที่แล้วในการรับบทบรรณาธิการนิตยสาร INVENTION ของผม ซึ่งต้องยอมรับว่าการออกนิตยสารเกี่ยวกับการประดิษฐ์คิดค้น โดยเฉพาะการนำเสนอความรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในยุคนั้น</span><br />
<span style="font-size: 14px;"> มันชั่งไม่มีใครสนใจเสียจริงๆ บางคนบอกว่าผมออกนิตยสารเร็วเกินไป อาจเป็นได้ว่ามันยังไม่ถึงเวลาของคนไทยเพราะวันนั้นการแข่งขันยังไม่สูง อีกทั้งกระแสของ Creative Economic ก็ยังไม่เห็นมีใครพูดถึง TCDC ก็พึ่งเริ่มสร้าง จึงทำให้ความตื่นตัวของผู้คนนั้นมีน้อยมาก</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">แต่วันนี้ผมคิดว่ามันเป็นยุคของนักประดิษฐ์ที่ไม่ใช่เอาแต่ประดิษฐ์แล้วคิดแต่เรื่องฟังก์ชั่นของชิ้นงาน แต่นักประดิษฐ์จำเป็นต้องใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปให้มากกว่าแต่ก่อน</span><br />
<span style="font-size: 14px;"> เพราะวันนี้ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าแค่ประโยชน์ใช้สอยเพียงอย่างเดียว แต่เขามองที่รูปลักษณ์ของสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ เอาล่ะครับเรามารู้จักกับคำว่า &#8220;ลิขสิทธิ์&#8221; กันดีกว่าว่าเราจะป้องกันความคิดสร้างสรรค์ของเราไม่ให้คนอื่นมาลอกเลียนไปโดยง่ายได้อย่างไร</span></p>
 <script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<ins class="adsbygoogle"
     style="display:block; text-align:center;"
     data-ad-layout="in-article"
     data-ad-format="fluid"
     data-ad-client="ca-pub-4748714337904377"
     data-ad-slot="1097472834"></ins>
<script>
     (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script>
<p><span style="font-size: 18pt;">ความหมายของลิขสิทธิ์</span><br />
<span style="font-size: 14px;"> ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น โดยการแสดงออกตามประเภทงานลิขสิทธิ์ต่างๆ</span><br />
<span style="font-size: 14px;"> ลิขสิทธิ์ เป็นผลงานที่เกิดจาการใช้สติปัญญา ความรู้ความสามารถและความวิริยะอุตสาหะในการสร้างสรรค์งานให้เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็น &#8220;ทรัพย์สินทางปัญญา&#8221;ประเภทหนึ่งที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ดังนั้นเจ้าของผลงานทางลิขสิทธิ์จึงควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย</span><br />
<span style="font-size: 14px;"> ลิขสิทธ์ เป็นทรัพย์สินประเภทที่สามารถ ซื้อ ขาย หรือโอนสิทธิกันได้ ทั้งทางมรดก หรือโดยวิธีอื่น ๆ การโอนลิขสิทธิ์ควรที่จะทำเป็นลายลักษณ์อักษร หรือทำเป็นสัญญาให้ชัดเจน จะโอนสิทธิทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนก็ได้ <img decoding="async" loading="lazy" src="http://www.inventor.in.th/2012/" alt="" width="0" height="10" /></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;">ลิขสิทธิ์มีได้ในงาน 9 ประเภทดังนี้ </span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">1. งานวรรณกรรม ได้แก่ หนังสือ จุลสาร สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา โปรแกรมคอมพิวเตอร์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">2. งานนาฏกรรม ได้แก่ งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว การแสดงโดยวิธีใบ้ </span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">3. งานศิลปกรรม ได้แก่ งานจิตกรรม งานปฏิมากรรม งานภาพพิมพ์ งานสถาปัตยกรรม งานภาพถ่าย ภาพประกอบ แผนที่โครงสร้าง งานศิลปประยุกต์ และรวมทั้งภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าว <img decoding="async" loading="lazy" src="http://www.inventor.in.th/2012/" alt="" width="40" height="1" /></span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">4. งานดนตรีกรรม หมายถึง งานที่เกี่ยวกับเพลง ทำนองและเนื้อร้อง หรือทำนองอย่างเดียว และรวมถึงโน้ตเพลงที่ได้แยกและเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว </span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">5. งานโสตทัศนวัสดุ เช่น วิดีโอเทป แผ่นเลเซอร์ดิสก์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">6. งานภาพยนตร์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">7. งานสิ่งบันทึกเสียง เช่น เทปเพลง แผ่นคอมแพ็คดิสก์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">8. งานแพร่เสียงและภาพ เช่น งานที่นำออกเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงหรือโทรทัศน์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">9. งานอื่นใดอันเป็นงานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;">ผลงานที่ไม่ถือว่ามีลิขสิทธิ์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">1. ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">2. รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">3. ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานของรัฐ หรือของท้องถิ่น</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">4. คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">5. คำแปลและการรวบรวม ตามข้อ 1 – 4 ซึ่งทางราชการจัดทำขึ้น </span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;">การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">สิทธิ์ ในลิขสิทธิ์จะเกิดขึ้นโดยทันที นับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ค์ได้สร้างสรรค์ผลงานโดยไม่ต้องจดทะเบียน ดังนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์จึงควรที่จะปกป้องคุ้มครองสิทธิ์ของตนเอง โดยการเก็บรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ที่ได้ทำการสร้างสรรค์ผลงานนั้นขึ้น เพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์สิทธิ์ หรือความเป็นเจ้าของในโอกาสต่อไป</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;">ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">เจ้าของลิขสิทธิ์นอกจากจะเป็นผู้สร้างสรรค์งานแล้ว บุคคลอื่นอาจมีสิทธิ์ในงานที่สร้างสรรค์นั้นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงต่างๆ ในการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ เช่นการสร้างสรรค์งานร่วมกัน การว่าจ้างให้สร้างสรรค์งาน การโอนสิทธิ์ในลิขสิทธิ์ เป็นต้น ดังนั้นผู้มีลิขสิทธิ์จะเป็นบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">1. ผู้สร้างสรรค์งานขึ้นใหม่ ทั้งที่สร้างสรรค์งานด้วยตนเองเพียงผู้เดียว หรือผู้สร้างสรรค์งานร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">2. ผู้สร้างสรรค์ในฐานะพนักงาน หรือลูกจ้าง</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">3. ผู้ว่าจ้าง</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">4. ผู้รวบรวมหรือประกอบกันเข้า</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">5. กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือท้องถิ่น</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">6. ผู้รับโอนลิขสิทธิ์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">7. ผู้สร้างสรรค์ซึ่งเป็นคนชาติภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญากรุงเบอร์น และประเทสในภาคีสมาชิกโองการค้าโลก</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">8. ผู้พิมพ์โฆษณางานที่ใช้นามแฝงหรือนามปากกกาที่ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ <img decoding="async" loading="lazy" src="http://www.inventor.in.th/2012/" alt="" width="0" height="10" /></span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;">การคุ้มครองลิขสิทธิ์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ ต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของตน ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">1. ทำซ้ำ หรือดัดแปลง</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">2. การเผยแพร่ต่อสาธารณชน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">3. ให้เช่าต้นฉบับ หรือสำเนางาน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">4. ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">5. อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ์ในการเช่าซื้อ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน และให้เช่าต้นฉบับ</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">6. อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;">ผลของการคุ้มครองลิขสิทธิ์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">โดยทั่วไป การคุ้มครองลิขสิทธิ์ จะมีผลเกิดขึ้นโดยทันทีที่มีการสร้างสรรค์ผลงาน โดยความคุ้มครองนี้จะมีผลตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และจะคุ้มครองต้องไปอีก 50 ปี นับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต หากแต่มีงานบางประเภทจะมีการคุ้มครองที่แตกต่างกันไป โดยสรุปดังนี้</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">1. ในงานทั่วไป ลิขสิทธิ์ จะมีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และจะมีต่อไปอีก 50 ปี นับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย กรณีเป็นผู้สร้างสรรค์ร่วม ก็ให้นับจากผู้สร้างสรรค์คนสุดท้ายถึงแก่ความตาย กรณีเป็นนิติบุคคล ลิขสิทธิ์จะมีอายุ 50 ปี นับตั้งแต่ที่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น กรณีผู้สร้างสรรค์ค์ใช้นามแฝง หรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ค์ ลิขสิทธิ์มีอายุ 50 ปี นับตั้งแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">2. งานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ลิขสิทธิ์มีอายุ 50 ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">3. งานที่สร้างสรรค์ โดยการว่าจ้าง หรือตามคำสั่งให้มีอายุ 50 ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">4. งานศิลปประยุกต์ ลิขสิทธิ์จะมีอายุ 25 ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์งานขึ้น กรณีที่ได้มีการโฆษณางานเหล่านั้น ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุต่อไปอีก 50 ปี นับตั้งแต่โฆษณาครั้งแรก ยกเว้นในกรณีงานศิลปประยุกต์ให้ลิขสิทธิ์มีอายุต่อไปอีก 25 ปี นับแต่โฆษณาครั้งแรก</span></p>
<p><span style="font-size: 18pt;">ประโยชน์ของลิขสิทธิ์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">1. ประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ เจ้าของลิขสิทธิ์จะได้รับความคุ้มครองตามกฏหมาย ลิขสิทธิ์ และมีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น หรือผลงานตามข้อใดข้อหนึ่งดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ดังนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์จะมีสิทธิ์ทำซ้ำ หรือดัดแปลง จำหน่าย ให้เช่า คัดลอก เลียนแบบ ทำสำเนา การทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน หรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ์ของตนทั้งหมด หรือแต่บางส่วนก็ได้ โดยเจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">2. ประโยชน์ของประชาชนหรือผู้บริโภค การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ์ในผลงานลิขสิทธิ์มีผลให้เกิดแรงจูงใจแก่ผู้สร้างสรรค์ผลงาน ที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่าทางวรรณกรรมและศิลปกรรมออกสู่ตลาดให้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับความรู้ ความบันเทิง และได้ผลงานที่มีคุณภาพ</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;"><em>ข้อมูล : จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์</em></span></p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/">ลิขสิทธิ์</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Nov 2013 14:55:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทรัพย์สินทางปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[copyright]]></category>
		<category><![CDATA[ลิขสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งข้อมูล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://localhost/inventor/?p=492</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/">การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>หลังจากรู้จักกับประเภทของงานสร้างสรรค์ที่ได้รับความคุ้มครองทางลิขสิทธิ์ และประโยชน์ที่ตกสู่รุ่นลูกกันเลยทีเดียว แล้วใครล่ะจะไม่อยากให้ผลงานของตัวเองได</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/">การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/">การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>หลังจากรู้จักกับประเภทของงานสร้างสรรค์ที่ได้รับความคุ้มครองทางลิขสิทธิ์ และประโยชน์ที่ตกสู่รุ่นลูกกันเลยทีเดียว แล้วใครล่ะจะไม่อยากให้ผลงานของตัวเองได้รับความคุ้มครองจริงมั้ยครับ</p>
<p>ความจริงที่หลายคนรู้ก็คือ ผลงานที่เข้าข่ายการได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์นั้น จะเป็นไปโดยอัตโนมัตินับแต่วันที่เจ้าของผลงานเริ่มเผยแพร่ต่อบุคคลที่สาม แต่เพื่อป้องการปัญหามรกรณีเกิดข้อพิพาท ฟ้องร้องกันขึ้นมา ว่าใครทำก่อนใครกันแน่ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้เปิดรับการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ซึ่งหลายคนชอบบอกว่าจดลิขสิทธิ์ ก็เข้าใจเสียใหม่นะครับ ว่าไม่ใช่การจดทะเบียน แต่เป็นเพียงการแจ้งข้อมูล เพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิงในกรณีเกิดเรื่องฟ้องร้องกันขึ้น ต่อไปมาดูขั้นตอนการเตรียมเอกสารและการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ของเรากันเลยครับ</p>
 <script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<ins class="adsbygoogle"
     style="display:block; text-align:center;"
     data-ad-layout="in-article"
     data-ad-format="fluid"
     data-ad-client="ca-pub-4748714337904377"
     data-ad-slot="1097472834"></ins>
<script>
     (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script>
<p><span style="font-size: 18pt;">วิธีดำเนินการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>1. การกรอกข้อมูลและระบุรายละเอียดต่างๆ</strong></span></p>
<p>(1)  ชื่อเจ้าของลิขสิทธิ์  ให้ระบุชื่อสัญชาติ  หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือนิติบุคคล (แล้วแต่กรณี)  และที่อยู่ของเจ้าของลิขสิทธิ์</p>
<p>(2)  ชื่อตัวแทน  กรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการมอบอำนาจให้กับผู้รับมอบอำนาจมาดำเนินการใด ๆ  เกี่ยวกับการรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์และระบุถึงขอบเขตอำนาจของผู้รับมอบอำนาจ โดยให้ระบุ ชื่อ สัญชาติ  หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือนิติบุคคล (แล้วแต่กรณี)  และที่อยู่ของผู้รับมอบอำนาจ</p>
<p>(3) สถานที่ติดต่อในประเทศไทย  ให้ระบุสถานที่และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อเจ้าของสิทธิหรือตัวแทน  เพื่อสะดวกในการติดตามเอกสารและผลงาน  กรณีเอกสารและผลงานมีความไม่ครบถ้วน</p>
<p>(4) ชื่อผู้สร้างสรรค์หรือนามแฝง  ให้ระบุชื่อ สัญชาติ  หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือนิติบุคคล  ที่อยู่ผู้สร้างสรรค์ นามแฝง กรณีผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคลให้ระบุ วัน เดือน ปี ที่จดทะเบียนนิติบุคคล และกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิตแล้วให้ระบุ วัน เดือน ปี ที่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต</p>
<p>(5) ชื่อผู้สร้างสรรค์ร่วมหรือนามแฝง  ให้ระบุชื่อ  สัญชาติ  หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือนิติบุคคล  ที่อยู่ของผู้สร้างสรรค์หรือนามแฝง  กรณีมีผู้สร้างสรรค์ร่วมมากกว่า 1 คน  ให้ระบุในช่องนี้  กรณีผู้สร้างสรรค์ร่วมเป็นนิติบุคคล  ให้ระบุ  วัน  เดือน  ปี  ที่จดทะเบียนนิติบุคคล  และกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมเสียชีวิตแล้ว  ให้ระบุ  วัน  เดือน  ปี ที่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต</p>
<p>(6) ชื่อผลงาน  ให้ระบุชื่อผลงานที่สะกดถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการระบุในหนังสือรับรองการแจ้งข้อมูล</p>
<p>(7) ประเภทของงาน  ให้ระบุประเภทของงานและลักษณะงานที่ประสงค์จะยื่นแจ้งข้อมูลพร้อมระบุผลงานที่ยื่นประกอบคำขอ  เช่น หนังสือ 1 เล่ม หรือแผ่นซีดี 1 แผ่น  ฯลฯ  เป็นต้น</p>
<p>(8) ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์  ให้ระบุว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยวิธีใด เช่น เป็นผู้สร้างสรรค์ ผู้ว่าจ้าง  ผู้รับจ้าง  นายจ้าง  หรือผู้รับโอนลิขสิทธิ์ ฯลฯ  เป็นต้น</p>
<p>(9) ลักษณะการสร้างสรรค์  ให้ระบุว่า  เป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นเองทั้งหมด สร้างสรรค์บางส่วน โดยระบุว่ามีส่วนใดบ้างหรือเป็นกรณีอื่นๆ เช่น เป็นผู้รวบรวมผลงานหรือผู้ดัดแปลงผลงาน  ฯลฯ</p>
<p>(10) สถานที่สร้างสรรค์ให้ระบุว่า การสร้างสรรค์ผลงานกระทำในประเทศใด</p>
<p>(11) ปีที่สร้างสรรค์ให้ระบุปีที่ทำการสร้างสรรค์ผลงาน</p>
<p>(12)  การโฆษณางาน  ให้ระบุ  วัน  เดือน  ปี  และประเทศที่มีการโฆษณาครั้งแรก  โดยการทำสำเนางานออกจำหน่ายโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์และสำเนางานมีจำนวนมากพอสมควร  กรณียังไม่มีการโฆษณางานให้ระบุโดยทำเครื่องหมายในช่องยังไม่ได้โฆษณาในต่างประเทศหรือไม่  โดยให้ทำเครื่องหมายลงในช่องการแจ้งหรือจดทะเบียน  (แล้วแต่กรณี)</p>
<p>(13)  การแจ้ง/จดทะเบียนลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ  ให้ระบุว่าเคยแจ้ง/จดทะเบียนลิขสิทธิ์</p>
<p>(14) การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์/โอนลิขสิทธิ์  ให้ระบุเครื่องหมายลงในช่องว่าเคยอนุญาต/โอนลิขสิทธิ์หรือไม่  เช่น  หากไม่เคยอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์/โอนลิขสิทธิ์  ให้ทำเครื่องหมายในช่องไม่เคยอนุญาตให้ผู้อื่นใช้ลิขสิทธิ์หรือโอนลิขสิทธิ์ในงานของตน  หากเคยอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์/โอนลิขสิทธิ์ ให้ระบุว่าอนุญาตให้ใช้หรือโอนลิขสิทธิ์แก่ใคร เมื่อใด เป็นการอนุญาตโอนลิขสิทธิ์โดยให้สิทธิทั้งหมดหรือบางส่วน และมีระยะเวลาในการอนุญาต/โอนลิขสิทธิ์เท่าใด</p>
<p>(15) การเผยแพร่ข้อมูลลิขสิทธิ์  ให้ระบุว่าอนุญาตให้คนอื่นตรวจดูเอกสารในแฟ้มคำขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์และผลงานหรือไม่</p>
<p>(16) การลงนามในคำขอให้เจ้าของลิขสิทธิ์หรือตัวแทนเป็นผู้ลงนาม</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>2. ใบต่อท้ายคำขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์</strong> </span></p>
<p>ในกรณีที่ข้อมูลที่กรอกในคำขอ (ลข.01) มีจำนวนมาก และผู้ขอไม่อาจกรอกข้อมูลได้ครบถ้วนในแต่ละข้อ เช่น ในกรณีที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์  ตัวแทน ผู้สร้างสรรค์ร่วมมากกว่า 1 คน ผู้ขอสามารถระบุข้อมูลเพิ่มเติมได้ในใบต่อท้ายฯ</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>3. แบบแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลงานโ</strong><strong>ดยย่อ</strong></span></p>
<p>ให้ระบุวิธีการและขั้นตอนในการสร้างสรรค์ผลงานโดยย่อหรือแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ผู้ลงนามในแบบแสดงรายละเอียดการสร้างสรรค์ผลงานโดยย่อ คือ เจ้าของลิขสิทธิ์หรือตัวแทน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>4. หนังสือรับรองความเป็นเจ้าของงานลิขสิทธิ์ </strong></span></p>
<p>ให้ระบุชื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่อยู่ ทะเบียนนิติบุคคล</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">5. ผลงานลิขสิทธิ์ที่ใช้ยื่นประกอบคำขอ</span><br />
</strong>&#8211; วรรณกรรม เช่น หนังสือ ชุดเอกสาร แผ่นซีดี ฯลฯ<br />
&#8211; โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น  สำเนา Source Code จำนวน 10 หน้าแรกและ 10 หน้า สุดท้าย หรือส่งซีดีหรือแผ่นดิสก์บรรจุโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และในกรณีที่มี Source Code น้อยกว่า 50 หน้า ให้ส่งแผ่นซีดีหรือแผ่นดิสก์บรรจุโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยเจ้าของลิขสิทธิ์อาจผนึกและลงลายมือชื่อกำกับด้วยก็ได้<br />
&#8211; นาฏกรรม  เช่น  แผ่นซีดี ภาพการแสดงพร้อมบรรยายประกอบท่าทางทุกขั้นตอน ฯลฯ<br />
&#8211; ศิลปกรรม  เช่น  ภาพถ่ายผลงาน  ภาพร่างผลงาน  ภาพพิมพ์เขียว<br />
&#8211; สิ่งบันทึกเสียง เช่น แผ่นซีดี เทปเพลง ฯลฯ<br />
&#8211; โสตทัศนวัสดุ เช่น แผ่นซีดี แผ่นดีวีดี ฯลฯ<br />
&#8211; ภาพยนตร์ เช่น แผ่นซีดี แผ่นดีวีดี ฯลฯ<br />
&#8211; ดนตรีกรรม เช่น เนื้อเพลง แผ่นซีดี เทปเพลง โน้ตเพลง ฯลฯ<br />
&#8211; แพร่เสียงแพร่ภาพ เช่น แผ่นวีซีดี แผ่นซีดี ฯลฯ<br />
&#8211; งานอื่นใดอันเป็นงานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ เช่น ภาพถ่ายของผลงาน ฯลฯ</p>
<p><strong><span style="font-size: 14pt;">6. เอกสารที่ใช้ประกอบการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์</span><br />
</strong>1. สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีเป็นบุคคลธรรมดา)<br />
2. สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล ที่นายทะเบียนออกให้ไม่เกิน 6 เดือน ของเจ้าของลิขสิทธิ์<br />
(กรณีเป็นนิติบุคคล)<br />
3. หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ  พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีมีการมอบอำนาจ)<br />
4. หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐบาลใช้สำเนาหนังสือแต่งตั้งผู้บริหารหน่วยงานหรือองค์กรฯ รวมทั้งสำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นคำขอ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง<br />
5. มูลนิธิใช้สำเนาหนังสือการจดทะเบียนตั้งมูลนิธิ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง</p>
<p><em>ข้อมูลจาก : กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์</em></p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c/">การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สิทธิบัตรอาวุธสำคัญของนักประดิษฐ์</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Nov 2013 14:29:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทรัพย์สินทางปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[copyright]]></category>
		<category><![CDATA[patent]]></category>
		<category><![CDATA[ลิขสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิบัตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://localhost/inventor/?p=466</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c/">สิทธิบัตรอาวุธสำคัญของนักประดิษฐ์</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>การได้รับฟังสื่อต่างๆ ที่ประโคมกันอยู่ทุกวัน เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ก็ดี สิทธิบัตรก็ดี ท่ามกลางความสนใจของประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่อาศัยการจับจ่าย</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c/">สิทธิบัตรอาวุธสำคัญของนักประดิษฐ์</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c/">สิทธิบัตรอาวุธสำคัญของนักประดิษฐ์</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>การได้รับฟังสื่อต่างๆ ที่ประโคมกันอยู่ทุกวัน เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ก็ดี สิทธิบัตรก็ดี ท่ามกลางความสนใจของประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่อาศัยการจับจ่ายของใช้ละเมิดลิขสิทธิเหล่านี้ เนื่องจากราคาถูกกว่าของที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมาย</p>
<p>อันนี้คงต้องเป็นเรื่องที่ต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความจำเป็น ดังกล่าวมากขึ้น ก็ควรจะมากกว่าข่าวการจับแล้วทำลาย (อันนี้ถือเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ) บางคนอาจมองว่าการจดสิทธิบัตรทำให้ตนเองเสียเวลา เสียเงิน เสียประโยชน์จากการประกาศโฆษณา</p>
 <script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<ins class="adsbygoogle"
     style="display:block; text-align:center;"
     data-ad-layout="in-article"
     data-ad-format="fluid"
     data-ad-client="ca-pub-4748714337904377"
     data-ad-slot="1097472834"></ins>
<script>
     (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>:: ทำไมต้องจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร ::</strong></span></p>
<p>ตามความเข้าใจโดยทั่วไป การจดสิทธิบัตรก็เพื่อเป็นการป้องกัน มิให้ผู้อื่นสามารถนำแนวความคิดของเราที่สู้อุตส่าห์พัฒนาขึ้นมา ไปกระทำการใดๆ ในเชิงพาณิขย์ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่ายังมีความสำคัญอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก อันได้แก่<br />
1. คุ้มครองเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ และกิจการ เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ และป้องกันการถูกกล่าวหาในกรณี ขัดแย้งทางสิทธิบัตร<br />
2. เครื่องมือในการสร้างพันธมิตร<br />
3. เผยแพร่เทคโนโลยี เพื่อเป็นความรู้อันเนื่องจาก สิทธิบัตรนั้นมีอายุจำกัดอย่างเช่น จอแสดงผลชนิดบางที่ใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ แบบพกพา หรือ โน๊ตบุ๊ค ปัจจุบันหมดอายุสิทธิบัตรแล้ว ใครก็สามารถนำเทคโนโลยีเดิมนี้ไปพัฒนาต่อได้ ผลที่ได้รับก็คือ ราคาคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ราคาถูกลง<br />
4. ส่งเสริมการลงทุน ให้มีการตั้งฐานการผลิตในประเทศ และให้มีการส่งเสริมการลงทุนด้านการวิจัย<br />
5. ปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ให้มีการมุ่งมั่นที่จะพัฒนา อย่างไม่หยุดนิ่ง ยังส่งผลต่อให้ราคาถูกลง การส่งออกมากขึ้นตามลำดับ</p>
<p>ทั้ง 5 ข้อนั้นก็เป็นอีกสาระหนึ่งที่นอกเหนือจากความเข้าใจเดิมในเรื่องของผล ประโยชน์ หากจะว่าไปแล้ว แค่ข้อ 1. ก็น่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอที่เราจะได้ประโยชน์จาการจดสิทธิบัตร</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>:: ทรัพย์สินทางปัญญาคืออะไร :: </strong></span><br />
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำ ๆ นี้ก่อน สำหรับคำว่า &#8221; <strong>ทรัพย์สินทางปัญญา</strong> &#8221; นั้นแท้จริงแล้วก็คือสิ่งประดิษฐ์ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่คนเราสร้างขึ้นมา ก็มีทั้งสังหาริมทรัพย์หรือสิ่งที่เคลื่อนย้ายได้ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องคิดเลข หม้อหุงข้าว ฯลฯ และอสังหาริมทรัพย์ หรือสิ่งของที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น ตึกอาคาร บ้านเรือน หรือที่ดิน เป็นต้น เหล่านี้ถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาทั้งสิ้น แต่ก็แยกประเภทออกไปตามลักษณะของผลงาน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วคนไทยมักจะคุ้นเคยกับคำว่า &#8221; ลิขสิทธิ์ &#8221; มาใช้เรียกทรัพย์สินปัญญาทุกๆ ประเภท แต่ที่ถูกต้องแล้วทรัพย์สินทางปัญญาจะมีการแบ่งแยกประเภทออกไปอีก สำหรับความเข้าใจผิดเรื่อง &#8221; ลิขสิทธิ์ &#8221; ก็มาทำความเข้าใจกันใหม่ในบทความนี้</p>
<p>ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม อันถือว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ด้านอุตสาหกรรม ก็คือการประดิษฐ์คิดค้น การออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงการออกแบบเครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์ ชื่อและที่อยู่ทางการค้า และการป้องกันการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้</p>
<p>สิทธิบัตร (Patent)<br />
เครื่องหมายการค้า (Trademark)<br />
แบบผังภูมิของวงจรรวม (Latout &#8211; Designs of Integrated Circle)<br />
ความลับทางการค้า (Trade Secrets)<br />
ชื่อทางการค้า (Trad Name)<br />
สิ่งที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication)</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong>:: ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา :: </strong></span><br />
ได้กล่าวไปแล้วเมื่อตอนต้น เรื่องความเข้าใจผิด หรือการเหมารวมของคนไทยเรื่องลิขสิทธิ์ ในหัวข้อนี้เรามาดูรายละเอียดกัน<br />
ลิขสิทธิ์ (Copy right) หมาย ถึง งานหรือความคิดสร้างสรรค์ ในสาขา วรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม งานภาพยนตร์ หรืองานอื่นใดใน แผนกวิทยาศาสตร์ เช่นค่ายเทปเพลงต่างๆ ที่ออกเทปมาจำหน่ายตามแผงนั้นก็จะได้รับความคุ้มครองทางด้านลิขสิทธิ์โดย อัตโนมัติ ตั้งแต่วันที่เผยแพร่โดนไม่ต้องไปยื่นจดทะเบียนแต่อย่างใด ซึ่งผู้อื่นที่ไม่ใช้เจ้าของผลงานจะมาทำซ้ำในรูปแบบเดียวกันไม่ได้ แต่สามารถนำเอาเนื้อหาไปใช้ได้ และลิขสิทธิ์ยังรวมทั้งลิขสิทธิ์ข้างเคียง (Neigh bouning Right ) คือการนำเอางานด้านลิขสิทธิ์ออกแสดง เช่น นักแสดง ผู้บันทึกหรือถ่ายทอดเสียงหรือภาพ ที่สำคัญยังรวมไปถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ส่งผลกระทบอย่างหนัก ต่อผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศในขณะนี้ ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ อย่างไมโครซอฟต์ และอีกหลายราย ออกมาเอาจริงเอาจังกับผู้ที่นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ไปติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>สิทธิบัตร </strong>(Patent) </span><br />
หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้ เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) ที่เป็นความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับลักษณะองค์ประกอบโครงสร้างหรือกลไก รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิต การปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิม และยังรวมไปถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design ) หรือผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ต่างๆ (Utility Model) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า (Petty Patent) จะมีลักษณะคล้ายกับการประดิษฐ์ แต่จะมีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่สูงมากนัก</p>
<p>สำหรับสิทธิบัตรนั้น จัดว่าเป็นอาวุธที่สำคัญของนักประดิษฐ์ในการปราบปรามพวกสิงปืนไวชอบลอกเลียน แบบทั้งหลาย มีกรณีศึกษาอยู่หลายกรณี สำหรับนักประดิษฐ์ที่ไม่เห็นความสำคัญของการจดสิทธิบัตร ผลสุดท้ายคนที่ไม่ได้ประดิษฐ์ แต่นำผลงานไปจดสิทธิบัตรก็กลับกลายเป็นผู้มีอำนาจถือครองอย่างถูกต้องตาม กฏหมาย และยังสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ประดิษฐ์ตัวจริงได้อีกด้วย มีเพียงไม่กี่รายที่สามารถฟ้องร้องเรียกสิทธิของตัวเองกลับคืนมาได้</p>
<p>ดังนั้น นักประดิษฐ์ทุกท่านจึงไม่ควรจะนิ่งเฉย แต่กรณีที่ยกตัวอย่างมาเป็นเพียงผลเสียอย่างหนึ่งที่กระทบต่อนักประดิษฐ์ เท่านั้น ยังมีผลกระทบทางอ้อมอีกมากหากเราไม่สนใจจดสิทธิบัตร เช่น เทคโนโลยีในการประดิษฐ์ของประเทศมีการเติบโตช้า หรือไม่มีการพัฒนาผลงานให้สูงขึ้น</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>แบบผังภูมิของวงจรรวม </strong>(Layout &#8211; Designs of Integrated Circuit) </span><br />
หมายถึง ผังการเชื่อมต่อของวงจรไฟฟ้า หรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การนำตัวนำไฟฟ้า หรือตัวต้านทาน มาต่อกันเป็นวงจรที่สมบูรณ์โดยที่ผู้ออกแบบบได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเอง และต้องไม่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป ในอุตสาหกรรมวงจรรวม ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ ช่นวงจรไฟกระพริบ 2 ดวง หากนำมาเปลี่ยนแค่ LED แบบ 2 in 1 หรือ สองสีในหนึ่งดวง นั้นไม่สามารถได้รับความคุ้มครอง เนื่องจากว่ายังไม่จัดเป็นการคิดค้นหรือออกแบบใหม่ ยังเป็นลักษณะวงจร โมโนสเตเบิล ที่เป็นมาตรฐานที่ใช้กันมานาน</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>เครื่องหมายการค้า </strong>(Trademark) </span><br />
หมายถึง เครื่อง หมายที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือ ทรัพย์สินทางปัญญา อีกประเภทหนึ่ง ที่ต้องได้รับการคุ้มครอง เช่น โค้ก เป๊บซี่ ฯลฯ ทั้งนี้เครื่องหมายทางการค้า ยังหมายรวมไปถึง เครื่องหมายบริการ (Service Mark ) ที่แสดงถึงประเภทการบริการที่แตกต่าง จากการบริการประเภทอื่นๆ เช่น สายการบิน โรงแรม ฯลฯ เครื่องหมายรับรอง ( Certify caption Mark ) อันนี้ตรงตัว ก็อย่างเช่น เชลล์ชวนชิม แม่ช้อยนางรำ ฯลฯ เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) เป็นเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการ ที่ใช้โดยบริษัทหรือ รัฐวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน เช่น ตราช้าง หรือปูนซีเมนต์ไทย เป็นต้น</p>
<p>อย่าง เช่นที่ DTAC เปิดตัวใหม่ๆ ได้มีธุรกิจประเภทซีดีเพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์ นำเอาเครื่องหมาย DTAC ไปโชว์ไว้ตรงหน้าปกซีดี ก็กลายเป็นเรื่องฟ้องร้องดำเนินคดีกันไปเป็นที่เรียบร้อย แท้จริงแล้ว หากจะกระทำการในลักษณะนี้ ก็ควรจะขออนุญาตเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษร ก็คงไม่มีปัญหาอะไร</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>ความลับทางการค้า </strong>(Trade Secrets) </span><br />
หมายถึง ข้อมูลการค้าที่ไม่เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป และมีมูลค่าในเชิงพานิชย์เนื่องจากข้อมูลนั้นเป็นความลับ และมีการดำเนินการกันตามสมควร</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>ชื่อทางการค้า </strong>(Trade Name) </span><br />
หมายถึง ชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ เช่น โกดัก ฟูจิ เป็นต้น</p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์</strong>(Geographical Indication) </span><br />
หมายถึง ชื่อหรือสัญลักษณ์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เรียกหรือใช้แทนแหล่งภูมิศาสตร์ และสามารถ บ่งบอกว่าสินค้าที่เกิดขึ้นมาจากแหล่งภูมิศาสาตร์นั้น เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะเฉพาะ ของแหล่งภูมิศาสตร์นั้น เช่น ส้มบางมด ผ้าไหมไทย แชมเปญ เป็นต้น</p>
<p>จากรายละเอียด รวมทั้งข้อคิดต่างๆ ในบทความนี้ คงจะพอชี้ให้เห็นว่าการจดสิทธิบัตรนั้น แท้จริงแล้ว นักประดิษฐ์ทั้งหลายไม่ได้เสียประโยชน์แต่อย่างใด มันกลับจะเพิ่มความมั่นใจในการทำการค้ากับเรามากขึ้นเสียด้วยซ้ำ และยังเกิดข้อดีอีกมากมาย ในการพัฒนาการประดิษฐ์คิดค้น ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือช่วยเป็นแหล่งการสืบค้นข้อมูล สำหรับนักลงทุนที่กำลังต้องการ ผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาจำหน่าย นักประดิษฐ์ก็จะได้รับเงินจากการอนุญาตให้นักลงทุนหรือพ่อค้าที่สนใจ สามารถใช้สิทธิจากสิทธิบัตรของตนไปผลิตเป็นสินค้าจำหน่ายได้ (ในกรณีนี้สำหรับนักประดิษฐ์ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการหรือไม่มีเงินลงทุน เอง )</p>
<p>เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย : กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์</p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c/">สิทธิบัตรอาวุธสำคัญของนักประดิษฐ์</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
