<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดีป้า | INVENTOR.IN.TH</title>
	<atom:link href="https://www.inventor.in.th/home/tag/%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<description>Magazine online for thai inventor</description>
	<lastBuildDate>Wed, 29 Dec 2021 13:29:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2018/08/cropped-icon-inventor-32x32.png</url>
	<title>ดีป้า | INVENTOR.IN.TH</title>
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>depa MOU MI มุ่งส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล  ครอบคลุม 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/depa-mou-mi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Dec 2021 13:29:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[depa]]></category>
		<category><![CDATA[ดีป้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=9722</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/depa-mou-mi/">depa MOU MI มุ่งส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล  ครอบคลุม 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>29 ธันวาคม 2564, กรุงเทพมหานคร – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จับมือ สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MI) ลงนามความร่วมมือบันท</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/depa-mou-mi/">depa MOU MI มุ่งส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล  ครอบคลุม 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/depa-mou-mi/">depa MOU MI มุ่งส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล  ครอบคลุม 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><strong>29 ธันวาคม 2564</strong>, <strong>กรุงเทพมหานคร</strong> –<strong> สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (</strong><strong>depa) </strong>จับมือ <strong>สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (</strong><strong>MI) </strong>ลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจ<strong> </strong>เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งยกระดับเศรษฐกิจและสังคม<strong> </strong>ขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ<strong> </strong>สู่ความแข็งแกร่งใน 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (</strong><strong>depa) </strong>พร้อมด้วย<strong> นายสุริยัน วิจิตรเลขการ ผู้อำนวยการบริหาร สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (</strong><strong>Mekong Institute : MI) </strong>ร่วมลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งยกระดับเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region, GMS) โดยมี <strong>นายพรชัย</strong> <strong>หอมชื่น</strong> <strong>ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่</strong> <strong>depa</strong> และ <strong>นางสาวพรวิไล</strong> <strong>ภูมิรา</strong> <strong>Partnership and Resource Mobilization Manager,</strong> <strong>MI</strong> ร่วมเป็นสักขีพยาน</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ดร.ณัฐพล</strong> กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย ไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมหาแนวทางในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จ ขยายผลสู่การพัฒนาขีดความสามารถในระดับอนุภูมิภาค รวมถึงต่อยอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมดิจิทัลผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการนำความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ให้เกิดการพัฒนาอย่างกว้างขวางสู่การปฏิบัติที่มุ่งเน้นให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ช่วยขับเคลื่อนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><em>“</em></strong><em>ความร่วมมือที่เกิดขึ้นถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการทำงานแบบบูรณาการ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแสดงถึงเจตจำนงที่เห็นพ้องต้องกันที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล อีกทั้งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของระบบนิเวศอุตสาหกรรมดิจิทัล พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในการก้าวเข้าสู่ยุคสังคมดิจิทัลสมัยใหม่ สู่ความแข็งแกร่งในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง</em><em>”</em> <strong>ผู้อำนวยการใหญ่</strong> <strong>ดีป้า</strong> กล่าว</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ด้าน นายสุริยัน</strong> กล่าวว่า สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ดำเนินงานภายใต้กรอบ 3 ด้าน คือ 1. การพัฒนาทางการเกษตรและการพาณิชย์ (Agricultural Development and Commercialization) 2. การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Facilitation) และ 3. พลังงานและนวัตกรรม สิ่งแวดล้อม (Sustainable Energy and Environment) โดยมุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเสริมสร้างศักยภาพในการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ตลอดจนขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ให้แก่กลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจการค้าชายแดน</p>
<p style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ <strong>ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์</strong> ระบุ การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนกันยายน 2564 มีการส่งออกแล้ว 778,367 ล้านบาท ขยายตัว 38.06% ส่วนมูลค่าการค้ารวมทั้งส่งออกและนำเข้า 9 เดือนแรกของปี 2564 มีมูลค่า 1,275,542 ล้านบาท โดยกระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าปี 2564 การค้าชายแดนและผ่านแดน ขยายตัว 3%  คิดเป็นมูลค่า 789,198 ล้านบาท</p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/depa-mou-mi/">depa MOU MI มุ่งส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล  ครอบคลุม 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ดีป้า” โชว์ 1 ปี ศูนย์ 5G EIC  เสริมแกร่งภาครัฐ-เอกชนราว 2,000 ราย หนุนปรับตัวเผชิญวิกฤตโควิด-19</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/deoa-5g-eic-center/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Nov 2021 13:41:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[5g]]></category>
		<category><![CDATA[depa]]></category>
		<category><![CDATA[ดีป้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=9453</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/deoa-5g-eic-center/">“ดีป้า” โชว์ 1 ปี ศูนย์ 5G EIC  เสริมแกร่งภาครัฐ-เอกชนราว 2,000 ราย หนุนปรับตัวเผชิญวิกฤตโควิด-19</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>9 พฤศจิกายน 2564, กรุงเทพมหานคร &#8211; สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เผยผลการดำเนินงาน ศูนย์ Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC) ในรอบ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/deoa-5g-eic-center/">“ดีป้า” โชว์ 1 ปี ศูนย์ 5G EIC  เสริมแกร่งภาครัฐ-เอกชนราว 2,000 ราย หนุนปรับตัวเผชิญวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/deoa-5g-eic-center/">“ดีป้า” โชว์ 1 ปี ศูนย์ 5G EIC  เสริมแกร่งภาครัฐ-เอกชนราว 2,000 ราย หนุนปรับตัวเผชิญวิกฤตโควิด-19</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><strong>9 พฤศจิกายน 2564</strong>, <strong>กรุงเทพมหานคร</strong> &#8211;<strong> สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล </strong>เผยผลการดำเนินงาน <strong>ศูนย์ </strong><strong>Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC)</strong> ในรอบ 1 ปี มีผู้เข้าชมศูนย์แห่งนี้ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษา <strong>ราว 2</strong><strong>,000 ราย</strong> ตลอดจนเปิดอบรมไปแล้ว 6 หลักสูตร สามารถยกระดับทักษะดิจิทัลให้บุคลากรด้านเทคโนโลยี 5G มากกว่า 1,000 ราย สนับสนุนภาคธุรกิจและระบบการศึกษา สามารถปรับตัวและก้าวข้ามผ่านสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างมีศักยภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัลให้เติบโตอย่างมั่นคง</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ผศ.ดร.ณัฐพล</strong> <strong>นิมมานพัชรินทร์</strong> <strong>ผู้อำนวยการใหญ่</strong> <strong>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล</strong> หรือ <strong>ดีป้า</strong> เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ประเทศไทยเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษาปรับตัวประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G กันมากขึ้น ซึ่งช่วงเดือนกันยายน 2563 <strong>ดีป้า</strong> ได้จัดตั้ง <strong>ศูนย์ </strong><strong>Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC)</strong> โดยความร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง <strong>บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ทำให้ศูนย์แห่งนี้กลายเป็น<strong> </strong><strong>Sandbox</strong> แหล่งเรียนรู้ชั้นเยี่ยม มอบองค์ความรู้ให้กับทุกคน ทุกภาคส่วน ช่วยพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลสำหรับแอปพลิเคชัน 5G และบริการของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทย สร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจ ทั้งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และดิจิทัลสตาร์ทอัพ ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งภูมิภาคอาเซียน ฝ่าวิกฤตโควิด-19 พลิกฟื้นเศรษฐกิจยุคดิจิทัลให้เติบโตอย่างมั่นคง</p>
<p style="font-weight: 400;">“ตั้งแต่เปิด <strong>ศูนย์</strong> <strong>5GEIC</strong> แห่งนี้จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนผู้เข้าชมพื้นที่ทดสอบ ทดลอง และปฏิบัติการภายในศูนย์ <strong>ราว 2</strong><strong>,000 ราย</strong> ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ อีกทั้งเปิดอบรมให้กับผู้สนใจไปแล้ว 6 หลักสูตร สามารถยกระดับทักษะดิจิทัลให้บุคลากรด้านเทคโนโลยี มากกว่า 1,000 ราย” <strong>ผู้อำนวยการใหญ่</strong> <strong>ดีป้า</strong> กล่าว</p>
<p><a href="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0921-2.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-9456 alignnone" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0921-2.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0921-2.jpg 1080w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0921-2-300x200.jpg 300w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0921-2-1024x683.jpg 1024w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0921-2-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a> <a href="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0909.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-9455 alignnone" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0909.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0909.jpg 1080w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0909-300x200.jpg 300w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0909-1024x683.jpg 1024w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0909-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a> <a href="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0872.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-9454 alignnone" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0872.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0872.jpg 1080w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0872-300x200.jpg 300w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0872-1024x683.jpg 1024w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/11/4A2A0872-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a></p>
<p style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับมุมมองของ <strong>คุณศรุตา ตั้งใจ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท พีบีเอ โรบอทิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า <strong>ศูนย์ 5</strong><strong>G EIC</strong> มีประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริษัทประกอบธุรกิจเกี่ยวกับผู้ให้บริการด้าน AI ROBOTICS and Automation Solution เพราะฉะนั้นหัวใจหลักสำคัญในการให้ประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าคือ เรื่องของ Data and Platform ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องมีเทคโนโลยี 5G ในการขับเคลื่อนภารกิจต่าง ๆ ของบริษัท ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสร้างเสถียรภาพโซลูชันของบริษัทฯ ได้มากขึ้น ที่สำคัญศูนย์แห่งนี้ ยังเข้ามาช่วยเสริมทักษะให้ความรู้ในการปรับใช้เทคโนโลยีกับ Use Case ต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้ามองเห็นภาพ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น สามารถขยายฐานลูกค้ากระจายออกไปในวงกว้างมากขึ้น จากเดิม 30-50% ของกลุ่มเป้าหมาย ปัจจุบันสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้<strong>มากกว่า 80</strong><strong>% </strong>ของกลุ่มเป้าหมาย ประกอบกับในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ทุกคนต้องปรับตัว และหันมาพึ่งพิงเทคโนโลยีจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตสวนทางกับภาพรวมของเศรษฐกิจ ดังนั้นการมีเทคโนโลยี 5G จึงเป็นตัวเร่งให้เกิดการนำมาใช้ได้จริง ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจด้านอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทัดเทียมตลาดระดับโลกได้แน่นอน</p>
<p style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน <strong>ผศ.ดร.ประเสริฐ คันธมานนท์ รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี<br />
พระจอมเกล้าธนบุรี</strong> กล่าวว่า ความสำคัญของศูนย์แห่งนี้คือ การเป็นแหล่งพัฒนากำลังคน เพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยี สอดคล้องกับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยฯ ที่มุ่งเน้นการทำวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งการนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้จะทำให้เกิด <strong>Use Case มีชีวิต</strong> นำไปต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ ที่สามารถใช้งานได้จริง เป็นประโยชน์ต่อภาคประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ทางมหาวิทยาลัยฯ ต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอน โดยเปลี่ยนโครงสร้างทั้งมหาวิทยาลัยฯ ให้กลายเป็นห้องเรียนคือ สามารถเรียนได้จากของจริง เห็นองค์ประกอบเสมือนจริง เปิดโลกวิธีการเรียนรู้ใหม่ ผ่านเทคโนโลยี VR AR ซึ่งจะกระจายนักศึกษาไปทั้งมหาวิทยาลัยฯ ไม่เกิดการกระจุกตัวอยู่แต่ในห้องเรียน ป้องกันความเสี่ยงโควิด-19 <strong>ภายใต้คอนเซปต์ </strong><strong>Living Lab</strong> ดังนั้นเทคโนโลยี 5G จึงเป็นส่วนสำคัญในการแปลงโฉมมหาวิทยาลัยฯ เพราะต้องอาศัยระบบที่มีความเสถียรทั้งภายในและภายนอกอาคาร</p>
<p style="font-weight: 400;">สำหรับ <strong>ศูนย์ 5</strong><strong>G EIC</strong> แห่งนี้ตั้งอยู่ ณ <strong>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล</strong> โดยมีบทบาทสำคัญในการเป็นพื้นที่ทดลองการนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ในภาคธุรกิจและบริการต่าง ๆ เช่น บริการทางการแพทย์ด้วย 5G<br />
(5G Medical Care), การเกษตรอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี 5G (5G Smart Agriculture) ระบบท่าเรืออัจฉริยะผ่านระบบ 5G (5G Port) การศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยี 5G (5G Remote Education) ระบบการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี 5G (5G Smart Security) เป็นต้น ซึ่งผู้สนใจเข้าชม<strong>ศูนย์ </strong><strong>5G EIC</strong> สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ <a href="http://www.5geicthailand.com/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://www.5geicthailand.com&amp;source=gmail&amp;ust=1636550850617000&amp;usg=AFQjCNGjshyFHezy18TQKGK2WswfOM77vQ">www.5geicthailand.com</a></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/deoa-5g-eic-center/">“ดีป้า” โชว์ 1 ปี ศูนย์ 5G EIC  เสริมแกร่งภาครัฐ-เอกชนราว 2,000 ราย หนุนปรับตัวเผชิญวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีป้า &#8211; จังหวัดอุบลราชธานี ปักหมุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สร้างระบบนิเวศกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนากำลังคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/depa-news-210920/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Sep 2021 14:17:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[depa]]></category>
		<category><![CDATA[ดีป้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=9156</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/depa-news-210920/">ดีป้า – จังหวัดอุบลราชธานี ปักหมุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สร้างระบบนิเวศกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนากำลังคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>20 กันยายน 2564, อุบลราชธานี – ดีป้า จับมือ จังหวัดอุบลราชธานี เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปักหมุดพื้นที่ศาลากลางจังหวัด จัดตั้งสำนักงานส</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/depa-news-210920/">ดีป้า – จังหวัดอุบลราชธานี ปักหมุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สร้างระบบนิเวศกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนากำลังคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/depa-news-210920/">ดีป้า – จังหวัดอุบลราชธานี ปักหมุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สร้างระบบนิเวศกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนากำลังคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><em>20 <strong>กันยายน</strong> <strong>2564</strong>, <strong>อุบลราชธานี</strong></em> – <strong>ดีป้า</strong> จับมือ จังหวัดอุบลราชธานี เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปักหมุดพื้นที่ศาลากลางจังหวัด จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center หวังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล รวมถึงศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ช่วยยกระดับเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ คาดพร้อมให้บริการหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปปลายปี 2565</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ดร.ณัฐพล</strong> <strong>นิมมานพัชรินทร์</strong> <strong>ผู้อำนวยการใหญ่</strong> <strong>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล</strong> หรือ <strong>ดีป้า</strong> พร้อมผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีเปิดป้ายอาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center บนพื้นที่ 3 ไร่ บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับเกียรติจาก <strong>นายสฤษดิ์</strong> <strong>วิฑูรย์</strong> <strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong> เป็นประธาน ซึ่งมีคณะผู้บริหาร รวมถึงพนักงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีกันโดยพร้อมเพรียง โดยทั้งหมดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด</p>
<p style="font-weight: 400;">โดย <strong>นายสฤษดิ์</strong> กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับการปักหลักของ <strong>ดีป้า</strong> และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center ในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ณ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งเสริมเส้นทางเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของอุบลราชธานี และกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง และขอแสดงความยินดีกับ <strong>ดีป้า</strong> ภายใต้การนำของ <strong>ดร.ณัฐพล</strong> รวมไปถึงคณะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน อีกทั้งขออำนวยพรให้การดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานสาขาฯ ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และสามารถดำเนินภารกิจอันเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป</p>
<p style="font-weight: 400;">ด้าน <strong>ดร.ณัฐพล</strong> กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา <strong>ดีป้า</strong> บูรณาการการทำงานกับจังหวัดอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่องในการสำรวจและวางแผนความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนอุบลราชธานีสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านดิจิทัลในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ก่อนพัฒนาไปสู่การเป็น ASEAN Digital Hub ในอนาคต</p>
<p><a href="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/Pic-2.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-9158 alignnone" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/Pic-2.jpg" alt="" width="1080" height="719" srcset="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/Pic-2.jpg 1080w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/Pic-2-300x200.jpg 300w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/Pic-2-1024x682.jpg 1024w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/Pic-2-768x511.jpg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a></p>
<p style="font-weight: 400;"><em>“อาคารสำนักงาน <strong>ดีป้า</strong> สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ </em><em>ASEAN Smart Cities Network Center จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก เหมาะกับการคิดค้นสิ่งใหม่ต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มี Co-working Space รองรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการประชุม เป็นศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ (City Data Platform) ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถให้บริการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงชาวต่างชาติ อีกทั้งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ โดยคาดว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2565”</em> <strong>ผู้อำนวยการใหญ่</strong> <strong>ดีป้า</strong> กล่าว</p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ <strong>ดีป้า</strong> และ จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ (Smart Economy Showcase) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารในจังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีคุณภาพจากเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการจัดกิจกรรม Smart Economy Showcase ได้ทาง Facebook Page: <strong>depa</strong> <strong>Thailand</strong></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/depa-news-210920/">ดีป้า – จังหวัดอุบลราชธานี ปักหมุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สร้างระบบนิเวศกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนากำลังคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
