<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>งานวิจัย | INVENTOR.IN.TH</title>
	<atom:link href="https://www.inventor.in.th/home/tag/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<description>Magazine online for thai inventor</description>
	<lastBuildDate>Sat, 13 May 2017 05:57:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2018/08/cropped-icon-inventor-32x32.png</url>
	<title>งานวิจัย | INVENTOR.IN.TH</title>
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทุนวิจัยเชิงวิชาการของ สกว.</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%a7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Nov 2013 05:30:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งที่นักประดิษฐ์ควรรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุน]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สกว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://localhost/inventor/?p=596</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%a7/">ทุนวิจัยเชิงวิชาการของ สกว.</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ลักษณะทุน  เน้นการสร้างนักวิจัยที่มีความสามารถสูงให้สร้างปัญญาและผลิตผลงานที่มีคุณภาพสูง รับผิดชอบโดยฝ่ายวิชาการ มีเป้าหมายในการสร้างนักวิจัยอาชีพที่ม</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%a7/">ทุนวิจัยเชิงวิชาการของ สกว.</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%a7/">ทุนวิจัยเชิงวิชาการของ สกว.</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p><span style="font-size: 18pt;">ลักษณะทุน </span><br />
เน้นการสร้างนักวิจัยที่มีความสามารถสูงให้สร้างปัญญาและผลิตผลงานที่มีคุณภาพสูง รับผิดชอบโดยฝ่ายวิชาการ มีเป้าหมายในการสร้างนักวิจัยอาชีพที่มีความสามารถสูงให้สร้างปัญญาและผลิตผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และสร้างความเข้มแข็งของชุมชนวิจัย</p>
 <script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<ins class="adsbygoogle"
     style="display:block; text-align:center;"
     data-ad-layout="in-article"
     data-ad-format="fluid"
     data-ad-client="ca-pub-4748714337904377"
     data-ad-slot="1097472834"></ins>
<script>
     (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script>
<p><span style="font-size: 18pt;">ทุนวิจัยของฝ่ายวิชาการแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-size: 14pt;">1. ทุนวิจัยพื้นฐานจากความคิดริเริ่มของนักวิจัย แบ่งเป็น</span></span><br />
<strong>1.1 ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส สกว.)</strong></p>
<p>เป็นทุนสร้างทีมวิจัย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนนักวิจัยอาวุโสที่มีความสามารถ มีจริยธรรม มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติให้สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถทางวิชาการสูงให้แก่ประเทศ โดยเน้นหนักในการพัฒนาทีมงาน พัฒนาผลงาน และพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่เพื่อสร้างศักยภาพเชิงปัญญาระยะยาวของชาติ ผู้รับทุนต้องไม่เป็นผู้บริหารระดับคณบดีขึ้นไป โดยผู้ได้รับทุนจะได้รับชื่อ “เมธีวิจัยอาวุโส สกว.” (TRF Senior Research Scholar)</p>
<p>ผู้ได้รับทุนจะได้เงินงบประมาณรวมไม่เกิน ๗.๕ ล้านบาท (๒.๕ ล้านบาท/ปี) สำหรับสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ๖ ล้านบาท (๒ ล้านบาท/ปี) สำหรับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ระยะเวลาดำเนินการ ๓ ปี</p>
<p>ทุนประเภทนี้ไม่ได้เปิดให้สมัคร แต่ใช้วิธีการสรรหาและเสนอชื่อ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาจากรายชื่อในกลุ่มต่างๆ เช่น รายนามศาสตราจารย์ในประเทศไทย รายนามนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น รายนามนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รายนามผู้ได้รางวัลวิจัยดีเด่นของมหาวิทยาลัยต่างๆ รายนามนักวิจัยอาวุโสที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้เสนอรายชื่อ และ รายนามคณาจารย์ที่มีผลงานทางวิชาการเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ หลังจากนั้นจะเรียนเชิญนักวิจัยผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน เขียนข้อเสนอโครงการวิจัยฉบับเต็ม เพื่อ สกว. จะส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินและใช้ประกอบการพิจารณาให้ทุนต่อไป</p>
<p><strong>1.2 ทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น</strong></p>
<p>เป็นทุนสนับสนุนการวิจัยแก่อาจารย์อาวุโสระดับศาสตราจารย์ที่มีผลงานวิจัย ดีเด่นให้มีโอกาสได้พัฒนาและผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพในระดับชาติและระดับ นานาชาติอย่างต่อเนื่อง ผู้สมัครต้องเป็นศาสตราจารย์ที่ปฏิบัติงานสอนและงานวิจัยเต็มเวลาในสถาบัน อุดมศึกษาของไทย มีผลงานด้านการวิจัยในสาขาที่เชี่ยวชาญในระดับแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ควรได้รับรางวัลในระดับชาติหรือระดับนานาชาติ หรือผ่านการรับทุนวิจัยหลักอื่นมาแล้ว อาทิ ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส สกว.) ทุนพัฒนากลุ่มวิจัย ของ สกอ. หรือทุนส่งเสริมกลุ่มนักวิจัยอาชีพ ของ สวทช. เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นนักวิจัยในระดับแนวหน้าในสาขานั้นอย่างแท้จริง ไม่มีตำแหน่งบริหารในขณะรับทุน และไม่รับทุนวิจัยหลักอื่น ๆ</p>
<p>งบประมาณทุนละ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในระยะเวลา ๓ ปี โดยแบ่งจ่ายเป็นรายปี ๆ ละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท จำแนกเป็นค่าตอบแทนหัวหน้าโครงการไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ ต่อเดือน และงบประมาณส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการทำวิจัยไม่ต่ำกว่า ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี</p>
<p>งบประมาณโครงการเป็นการร่วมทุนกันในลักษณะไตรภาคี คือ สกอ. และ สกว. จะจัดสรรทุนให้หน่วยงานละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมเป็น ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยที่สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัดจะสมทบให้อีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท<strong><br />
</strong><br />
<strong>1.3 ทุนวิจัยองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา (วุฒิเมธีวิจัย สกว.)</strong></p>
<p>เป็นทุนวิจัยระดับกลางสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการวิจัยพอสมควร ผู้อยู่ในข่ายได้รับทุนต้องเคยมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติที่ทำ ในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ เรื่องในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาและเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือเป็น corresponding author และมีผลรวมของ impact factor อยู่ในเกณฑ์ดีทั้งนี้ขึ้นกับสาขาวิชา เช่น มีค่าไม่น้อยกว่า ๕.๐ สำหรับวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ ไม่น้อยกว่า ๒.๐ สำหรับวิทยาศาสตร์กายภาพและวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์จะไม่นำเกณฑ์ของ impact factor มาพิจารณา ผู้ได้รับทุนจะได้รับชื่อ “วุฒิเมธีวิจัย สกว.” (TRF Advanced Research Scholar)</p>
<p>ทุน วิจัยองค์ความรู้ใหม่มีวงเงินไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ระยะเวลาของทุนไม่เกิน ๓ ปี โดยเป็นค่าตอบแทนของหัวหน้าโครงการเดือนละ ๑๕,๐๐๐-๒๕,๐๐๐ บาท ตามคุณภาพและประสบการณ์ของผู้ขอรับทุน</p>
<p><strong>1.4 ทุนพัฒนานักวิจัย (เมธีวิจัย สกว.)</strong></p>
<p>เป็นทุนที่สนับสนุนการวิจัยแก่อาจารย์และนักวิจัยให้ทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก และมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติไม่น้อยกว่า ๒ เรื่องในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา โดยเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือเป็น corresponding author (ผู้วิจัยสำหรับการติดต่อ) ไม่น้อยกว่า ๑ เรื่อง ทั้งนี้ ผลงานตีพิมพ์ทั้ง ๒ เรื่องต้องเป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยและไม่ใช่ผลงานจากการทำวิทยานิพนธ์ ทั้งนี้ผู้สมัครต้องไม่เป็นผู้บริหารระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป ผู้ได้รับทุนได้ชื่อว่าเป็น “เมธีวิจัย สกว. (TRF Research Scholar)”</p>
<p>งบประมาณปีละ ๔๐๐๐,๐๐๐ บาท ระยะเวลาโครงการไม่เกิน ๓ ปี โดยแบ่งเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการวิจัยปีละ ๒๒๐,๐๐๐ บาท และเป็นเงินสนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท</p>
<p><strong>1.5</strong><strong> </strong><strong>ทุนเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยของอาจารย์รุ่นกลางในสถาบันอุดมศึกษา </strong><strong>(สกว. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา)</strong></p>
<p>เป็นทุนที่มีเป้าหมาย หลักเกณฑ์การให้ทุน วงเงินทุนวิจัยและระยะเวลาดำเนินการเช่นเดียวกับทุนพัฒนานักวิจัย แต่เปิดรับสมัครเฉพาะผู้สมัครที่เป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของ สกอ. เท่านั้น และเป็นการร่วมสนับสนุนงบประมาณจาก สกว. และ สกอ.</p>
<p><strong>1.6</strong><strong> </strong><strong>ทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ (สกว. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา)</strong></p>
<p>เป็นทุนที่ สกว. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนอาจารย์รุ่นใหม่ให้ ทำวิจัยได้อย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่ในข่ายรับทุนคืออาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของ สกอ. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า มาแล้วไม่เกิน ๕ ปี ไม่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตั้งแต่ระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป</p>
<p>ทุนนี้มีวงเงินปีละไม่เกิน ๒๔๐,๐๐๐ บาท เป็นเวลาไม่เกิน ๒ ปี เป็นเงินสนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท<br />
<strong>1.7 </strong><strong>ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่</strong></p>
<p>เป็นทุนที่มีเป้าหมาย หลักเกณฑ์การให้ทุน วงเงินทุนวิจัยและระยะเวลาดำเนินการเช่นเดียวกับทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงาน วิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ แต่เปิดรับสมัครเฉพาะผู้สมัครที่ไม่ได้เป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาในกำกับ ของ สกอ. ซึ่งผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่ามาแล้วไม่เกิน ๕ ปี อายุไม่เกิน ๔๕ ปี และไม่เป็นผู้บริหารระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป และผู้สมัครต้องมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอย่างน้อย ๑ เรื่องในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา สำหรับสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์จะพิจารณาจากคุณภาพผลงานที่มีในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-size: 14pt;">๒. ชุดโครงการวิจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Basic Research)</span></span></p>
<p>เพื่อ สนับสนุนการสร้างผลงานวิจัยพื้นฐานที่เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศและสามารถ ต่อยอดผลงานวิจัยเพื่อประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะหรือเชิงนโยบายโดยมีชุดโครงการดังนี้</p>
<p>&#8211; <strong>สมุนไพร ยารักษาโรคและสารเสริมสุขภาพ</strong> เพื่อพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพไปใช้ประโยชน์เป็นยารักษาโรค สารเสริมสุขภาพ เช่น สารต้านมะเร็ง  สารต้านการติดเชื้อ  สารต้านการอักเสบ  สารต้านไวรัส  และสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น</p>
<p>&#8211; <strong>เกษตรยั่งยืน วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และการแปรรูปอาหาร</strong> เพื่อสร้างองค์ความรู้พื้นฐาน ที่เน้นความเข้าใจในกลไกและกระบวนการที่เกี่ยวกับการพัฒนาวิธีการผลิตพืช อาหารอย่างยั่งยืน การพัฒนาวิธีการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการแปรรูปเพื่อให้มีประสิทธิภาพและได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง สอดคล้องกับการจัดการธุรกิจเกษตรด้านอาหารที่ทันสมัยตามมาตรฐานที่กำหนดใน ประเทศและมาตรฐานสากล</p>
<p><strong>ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ </strong><strong><a href="http://academic.trf.or.th/" target="_blank">http://academic.trf.or.th</a></strong></p>
<p><strong>หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายวิชาการ สกว.</strong></p>
<p><strong>โทรศัพท์ :</strong> 0-2278-8251 &#8211; 9</p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%a7/">ทุนวิจัยเชิงวิชาการของ สกว.</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระราชบัญญัติ กองทุนสนับสนุนการวิจัย</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Nov 2013 05:28:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งที่นักประดิษฐ์ควรรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุน]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://localhost/inventor/?p=594</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">พระราชบัญญัติ กองทุนสนับสนุนการวิจัย</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>กองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">พระราชบัญญัติ กองทุนสนับสนุนการวิจัย</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">พระราชบัญญัติ กองทุนสนับสนุนการวิจัย</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p><span style="font-size: 18pt;">กองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. ๒๕๓๕</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยกองทุนสนับสนุนการวิจัย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. ๒๕๓๕”</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;"> พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป</span></div>
<p><span style="font-size: 14pt;">มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">“การวิจัย” หมายความว่า การค้นคว้าโดยการทดลอง สำรวจหรือการศึกษาตามหลักวิชาการเพื่อให้ได้ข้อมูล ความรู้ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการต่าง ๆ อันจะสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม วิชาการ หรือเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ต่อไป</span></p>
 <script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<ins class="adsbygoogle"
     style="display:block; text-align:center;"
     data-ad-layout="in-article"
     data-ad-format="fluid"
     data-ad-client="ca-pub-4748714337904377"
     data-ad-slot="1097472834"></ins>
<script>
     (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script>
<p><span style="font-size: 14px;"><strong>“กองทุน”</strong> หมายความว่า กองทุนสนับสนุนการวิจัย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;"><strong>“คณะกรรมการนโยบาย”</strong> หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;"><strong>“คณะกรรมการประเมินผล”</strong> หมายความว่า คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนการวิจัย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;"><strong>“สำนักงาน”</strong> หมายความว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;"><strong>“ผู้อำนวยการ”</strong> หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;"> ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งเรียกว่า <strong>“กองทุนสนับสนุนการวิจัย”</strong> ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินตามมาตรา ๕ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายในการสนับสนุนการวิจัยอย่างต่อเนื่องและมี ประสิทธิภาพในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ การวิจัยเชิงนโยบายและการวิจัยประยุกต์ต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวิชาการของประเทศ</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">ให้กองทุนเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยตามพระราชบัญญัติ นี้ และให้มีอำนาจกระทำการใด ๆ ที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวนั้นได้ แต่จะต้องไม่ดำเนินการวิจัยเอง</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">ให้ กองทุนมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครเรียกว่า “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย” โดยให้เป็นหน่วยงานในกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี มีระบบการบริหารงานที่แตกต่างจากระบบราชการเพื่อให้เกิดความคล่องตัวภายใต้ นโยบายของคณะกรรมการนโยบาย</span></p>
<div><span style="font-size: 18pt;">เงินและทรัพย์สินของกองทุนประกอบด้วย</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">(๑) เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๒) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศรวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้เพื่อสมทบกองทุน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๔) ดอกผลหรือรายได้ของกองทุน รวมทั้งผลประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาและผลประโยชน์อื่น ๆ ที่เกิดจากการวิจัย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">ให้โอนเงินงบประมาณกองทุนสนับสนุนการวิจัยตามมาตรา ๒๖ (๒) แห่งพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๓๕ จำนวนหนึ่งพันสองร้อยล้านบาทมาเป็นเงินของกองทุนสนับสนุนการวิจัย</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;">การใช้จ่ายเงินกองทุนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดโดยให้ใช้เพื่อกิจการดังต่อไปนี้</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">(๑) การสนับสนุนการดำเนินงานวิจัย การติดตามประเมินผล การเผยแพร่ผลงานวิจัย และการส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๒) การบริหารกองทุน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๓) การดำเนินงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;">เงินกองทุนให้นำไปฝากไว้ที่ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">เงินกองทุนส่วนหนึ่งอาจนำไปซื้อพันธบัตรของรัฐบาล ขององค์การของรัฐหรือของรัฐวิสาหกิจได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;">รายได้ของกองทุนให้นำเข้าสมทบกองทุนโดยไม่ต้องส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่า ด้วยเงินคงคลัง หรือกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายอื่น</span></div>
<div><span style="font-size: 14px;">ให้มีคณะกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์สูงด้านการวิจัยซึ่งคณะ รัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี* ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นที่มีความรู้และประสบการณ์สูงด้านการวิจัยซึ่งคณะ รัฐมนตรีแต่งตั้งไม่น้อยกว่าสี่คนและไม่เกินเจ็ดคน เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">ประธานกรรมการกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้อำนวยการต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง ที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่หรือกรรมการของพรรคการเมือง</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;"> ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">ใน กรณีที่กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระหรือ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่ง ตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ใน ตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">เมื่อ ครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจน กว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;"> นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๐ ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">(๑) ตาย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๒) ลาออก</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๕) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;">การประชุมคณะกรรมการนโยบายต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">ในการประชุมคณะกรรมการนโยบาย ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;">ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด</span></div>
<div><span style="font-size: 14px;"> <span style="font-size: 18pt;">คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้</span></span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">(๑) กำหนดนโยบายและแผนการให้ทุนสนับสนุนการวิจัย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๒) กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการการสนับสนุนการวิจัยของนักวิจัยและหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๓) กำหนดนโยบาย วางระเบียบ ข้อบังคับการบริหาร และควบคุมดูแลการดำเนินงานของสำนักงานในการบริหารกองทุน รวมทั้งแต่งตั้งและถอดถอนผู้อำนวยการ</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๔) กำหนดมาตรการการเผยแพร่และถ่ายทอดผลงานวิจัยไปยังผู้ใช้และกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งปันผลประโยชน์ของงานวิจัยที่เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๕) ระดมเงินทุนจากแหล่งต่าง ๆ เข้าสู่กองทุน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๖) วางระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินกองทุน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๗) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๘) อนุมัติงบประมาณประจำปีสำหรับการดำเนินงานของกองทุนและสำนักงาน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๙) ควบคุมดูแลการรับและการใช้จ่ายเงินกองทุน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๑๐) ดำเนินงานอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการวิจัย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๑๑) เสนอรายงานประจำปีต่อนายกรัฐมนตรี</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;">ให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนการวิจัย ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์สูงด้านการวิจัยซึ่งคณะ รัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร ผู้แทนกองบัญชาการทหารสูงสุด ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นที่มีความรู้และประสบการณ์สูงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ หรือมนุษยศาสตร์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่น้อยกว่าสี่คนและไม่เกินเก้าคน เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">ให้นำมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม</span></p>
<div><span style="font-size: 18pt;">คณะกรรมการประเมินผลมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">(๑) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๒) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการนโยบาย</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;">ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการนโยบายและคณะกรรมการประเมินผล อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องหนึ่งเรื่องใด หรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ตามที่เห็นสมควร</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">ให้นำมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม</span></p>
<div><span style="font-size: 18pt;">ให้สำนักงานมีหน้าที่ดังต่อไปนี้</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">(๑) บริหารกองทุนตามระเบียบ ข้อบังคับ และมติของคณะกรรมการนโยบาย</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๒) ศึกษา วิเคราะห์ และประเมินความต้องการการวิจัยในด้านต่าง ๆ ของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต และความเหมาะสมในการ   ดำเนินการวิจัยในด้านต่าง ๆ เพื่อสนองความต้องการนั้น เพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพิจารณา</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๓) ประสานงานและสนับสนุนการวิจัย เผยแพร่ผลงานวิจัย และนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนประเมินผลของการดำเนินการดังกล่าว</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๔) จัดทำรายงานและการบัญชีของกองทุน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๕) ปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการนโยบาย และคณะกรรมการประเมินผล</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๖) กระทำการอื่นใดเกี่ยวกับการสนับสนุนการวิจัยตามที่คณะกรรมการนโยบายและคณะ กรรมการประเมินผลมอบหมาย ทั้งนี้ สำนักงานจะไม่ดำเนินการวิจัยเอง</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;"> </span></div>
<div><span style="font-size: 14px;">สำนักงานมีผู้อำนวยการเป็นผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลงานโดยทั่วไปของสำนักงาน เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานของสำนักงาน และมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">(๑) เสนอแผนรวมทั้งเป้าหมายของการสนับสนุนการวิจัยตามที่ได้รับมอบหมายต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อพิจารณา</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๒) รายงานผลการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนรวมทั้งผลการดำเนินงานเผยแพร่และการนำ ไปใช้ประโยชน์ต่อคณะกรรมการนโยบายและคณะกรรมการประเมินผล</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๓)เสนอรายงานการเงินและการบัญชี และแผนการเงินและงบประมาณของปีต่อไปต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อพิจารณา</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๔) เสนอการแต่งตั้งผู้ประเมินโครงการและผู้ประเมินผลงานวิจัยและรายงานผลการติดตามประเมินผลต่อคณะกรรมการประเมินผลเพื่อพิจารณา</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๕) บริหารงานของสำนักงานตามนโยบายและมติของคณะกรรมการนโยบายและคณะกรรมการประเมินผล</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">(๖) ดำเนินงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายและคณะกรรมการประเมินผล</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;"> ใน กิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้กระทำแทนกองทุนและสำนักงาน ในการนี้ ผู้อำนวยการจะมอบให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติการแทนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายก็ได้</span></div>
<div></div>
<div><span style="font-size: 14px;">การบัญชีของกองทุน ให้จัดทำบัญชีตามหลักสากล โดยให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของกองทุน และรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการนโยบายทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง</span></div>
<div><span style="font-size: 14px;">ให้สำนักงานจัดทำงบดุล งบการเงิน และบัญชีทำการส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงานทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย</span></p>
<div><span style="font-size: 14px;">ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้</span></div>
<p><span style="font-size: 14px;">ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">อานันท์ ปันยารชุน</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">นายกรัฐมนตรี</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การวิจัยที่มีประสิทธิภาพในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ และการนำผลของการวิจัยดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ เป็นการจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและวิชาการของประเทศ แต่ในปัจจุบันการวิจัย และการใช้ประโยชน์จากผลของการวิจัยดังกล่าว ยังไม่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนในด้านงบประมาณจากรัฐบาลอย่างเพียงพอ สมควรจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการวิจัยขึ้นเป็นอิสระจากระบบราชการเพื่อส่ง เสริมและสนับสนุนการวิจัยและการใช้ประโยชน์จากผลของการวิจัยให้กว้างขวาง ยิ่งขึ้น โดยสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องและเอื้อต่อการวิจัยเพื่อ ประโยชน์สูงสุด จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้</span><br />
<span style="font-size: 14px;"> *พระ ราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ ใน พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้แก้ไขคำว่า “ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม” เป็น “ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</span></p>
<p><span style="font-size: 14px;">หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซึ่งได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแล้ว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วน ราชการ รัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการเดิมมาเป็นของ ส่วนราชการใหม่ โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่างๆ ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกา ดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมาย โอนอำนาจหน้าที่ว่าตามกฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิด ชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของหน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอำนาจ หน้าที่ และเพิ่มผู้แทนส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วน ราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิก แล้ว ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจึงจำเป็น ต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้</span></p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">พระราชบัญญัติ กองทุนสนับสนุนการวิจัย</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
