<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวประชาสัมพันธ์ | INVENTOR.IN.TH</title>
	<atom:link href="https://www.inventor.in.th/home/category/news/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<description>Magazine online for thai inventor</description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Apr 2026 04:23:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2018/08/cropped-icon-inventor-32x32.png</url>
	<title>ข่าวประชาสัมพันธ์ | INVENTOR.IN.TH</title>
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถอดรหัสโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี สะท้อนบทบาทโรงไฟฟ้าฐานในวิกฤตพลังงาน ตรึงต้นทุนผลิตไฟต่ำกว่า 2 บาท</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/blcp-news-260419/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 04:23:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[BLCP]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13363</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/blcp-news-260419/">ถอดรหัสโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี สะท้อนบทบาทโรงไฟฟ้าฐานในวิกฤตพลังงาน ตรึงต้นทุนผลิตไฟต่ำกว่า 2 บาท</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (LNG) ผันผวนอย่างหนักจนโลกต้องเผชิญกับภาวะ Energy</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/blcp-news-260419/">ถอดรหัสโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี สะท้อนบทบาทโรงไฟฟ้าฐานในวิกฤตพลังงาน ตรึงต้นทุนผลิตไฟต่ำกว่า 2 บาท</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/blcp-news-260419/">ถอดรหัสโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี สะท้อนบทบาทโรงไฟฟ้าฐานในวิกฤตพลังงาน ตรึงต้นทุนผลิตไฟต่ำกว่า 2 บาท</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (LNG) ผันผวนอย่างหนักจนโลกต้องเผชิญกับภาวะ Energy Shock ขณะเดียวกันประเทศไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปี 2568-2569 จากการหลั่งไหลเข้ามาของธุรกิจและการลงทุนด้าน Data Center และ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งทะลุสถิติใหม่ที่ระดับ 37,000 เมกะวัตต์ ในช่วงฤดูร้อนปี 2569</span><span style="font-family: Sarabun;"><strong> </strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit; font-size: 18px;"><strong>คำถามสำคัญ คือ ประเทศไทยจะรับมือกับความต้องการไฟฟ้า ท่ามกลางต้นทุนพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นได้อย่างไร</strong><strong>?</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>“</strong><strong>โรงไฟฟ้าฐาน</strong><strong>” </strong><strong>เสาเข็มทางพลังงานที่ตรึงต้นทุนต่ำกว่า </strong><strong>2</strong><strong> บาท</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ทำให้บทบาทของ &#8220;โรงไฟฟ้าฐาน&#8221; (Base Load Power Plant) ทวีความสำคัญขึ้น โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ (IPP) กำลังการผลิต 1,434 เมกะวัตต์ และ เป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าฐานที่สำคัญของไทย ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงด้านราคา ด้วยการรักษาต้นทุนการผลิตไฟฟ้าให้อยู่ในระดับต่ำและคงที่ ไม่เกิน 2 บาทต่อหน่วย ต่ำกว่าประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอย่างสิงคโปร์ ญี่ปุ่น หรือกลุ่มประเทศในยุโรป ที่ค่าไฟฟ้าทะยานไปถึง 8-15 บาทต่อหน่วย ดังนั้นการที่ประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างสม่ำเสมอในต้นทุนที่ควบคุมได้ ถือเป็นแต้มต่อสำคัญในการดึงดูดการลงทุนระดับโลก และช่วยลดภาระค่าเอฟที (Ft) ของประชาชนไม่ให้พุ่งสูงตามภาวะสงคราม</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>เจาะเคล็ดลับบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างรัดกุม ไร้ผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบ</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">การวางกลยุทธ์ด้านเชื้อเพลิงที่รัดกุม คือ หัวใจสำคัญที่ทำให้โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็น</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>เส้นทางขนส่งเชื้อเพลิงที่ปลอดภัย:</strong> เชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี คือ ถ่านหินบิทูมินัสคุณภาพสูง ซึ่งนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ทำให้เส้นทางเดินเรือปลอดภัยและไม่ได้พาดผ่านพื้นที่ความขัดแย้ง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการขนส่งชะงักงัน  </span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>สัญญาระยะยาว:</strong> โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี มีการจัดทำสัญญาซื้อขายถ่านหินล่วงหน้าแบบระยะยาว (Long-term Contract) ทำให้ช่วยตรึงต้นทุนไม่ให้ก้าวกระโดด แตกต่างจากการซื้อขายเชื้อเพลิงประเภทอื่นที่ต้องอิงราคา Spot Market ที่มีความผันผวนสูง</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>สต๊อกเชื้อเพลิงพร้อม ทีมวิศวกรพร้อม เครื่องจักรพร้อม เดินผลิตไฟฟ้าได้อย่างไม่มีการสะดุด</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจากการบริหารจัดการด้านเชื้อเพลิงแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ทั้งภาคเศรษฐกิจและประชาชน โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ยังได้วางมาตรการรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นไว้อย่างรอบด้าน ได้แก่</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>การสำรองเชื้อเพลิง:</strong> มีการสำรองถ่านหินในสภาพพร้อมใช้สูงถึง 60 วัน ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยและเพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง  </span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ความพร้อมด้านวิศวกรรม:</strong> ด้วยทีมวิศวกรและช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญของโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ซึ่งประจำการตลอด 24 ชั่วโมง และแผนสำรองที่พร้อมปฏิบัติกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน </span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>การสำรองอะไหล่:</strong> มีการสำรองอะไหล่เครื่องจักรสำคัญไว้ในคลังสินค้า พร้อมสำหรับการซ่อมแซมและสับเปลี่ยนได้ทันที เพื่อรักษาค่าความพร้อมจ่ายให้อยู่ในระดับสูงสุด   <strong>ประสิทธิภาพเครื่องจักร:</strong> แม้โรงไฟฟ้าจะเดินเครื่องมาแล้วกว่า 17 ปี แต่ด้วยการออกแบบที่รองรับอายุการใช้งาน 30-40 ปี รวมถึงได้รับการตรวจเช็คและการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้ายังมีประสิทธิภาพสูง พร้อมเดินเครื่องเต็มกำลังโดยไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงนอกแผน</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>รักษาเสถียรภาพพลังงาน ร่วมก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">สถานการณ์ในวันนี้จึงเป็นบทเรียนที่ย้ำเตือนถึงความสำคัญของ &#8220;การกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน&#8221; โดยการมีโรงไฟฟ้าฐานที่มั่นคงอย่างโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ทำให้สามารถช่วยรักษาเสถียรภาพและสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานอันเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในช่วงการเปลี่ยนผ่าน (Energy Transition) ในอนาคต นอกจากนั้นโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ยังมุ่นมั่นในการเดินหน้าดำเนินงานตามหลัก ESG ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) อย่างยั่งยืนต่อไป</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี </strong><strong>“</strong><strong>มุ่งพัฒนาพลังงานที่มั่นคง เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</strong><strong>”</strong><strong> ผู้สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ </strong><strong><a href="https://www.blcp.co.th/web/index" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.blcp.co.th/web/index&amp;source=gmail&amp;ust=1776726410223000&amp;usg=AOvVaw13aFN2vdO43v6lbc3wPTft">https://www.blcp.co.th/web/index</a></strong><strong> หรือ </strong><strong>Facebook : </strong><strong>โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี &#8211; </strong><strong>BLCP Power Limited </strong></span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/blcp-news-260419/">ถอดรหัสโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี สะท้อนบทบาทโรงไฟฟ้าฐานในวิกฤตพลังงาน ตรึงต้นทุนผลิตไฟต่ำกว่า 2 บาท</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บัณฑิตวิทยาลัย มจพ. รับสมัครนักศึกษา ป.โท-เอก ช่วงที่ 3 วันสุดท้าย 30 เม.ย 69 นี้</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/kmutnb-news-260419/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 04:20:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13360</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/kmutnb-news-260419/">บัณฑิตวิทยาลัย มจพ. รับสมัครนักศึกษา ป.โท-เอก ช่วงที่ 3 วันสุดท้าย 30 เม.ย 69 นี้</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 256</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/kmutnb-news-260419/">บัณฑิตวิทยาลัย มจพ. รับสมัครนักศึกษา ป.โท-เอก ช่วงที่ 3 วันสุดท้าย 30 เม.ย 69 นี้</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/kmutnb-news-260419/">บัณฑิตวิทยาลัย มจพ. รับสมัครนักศึกษา ป.โท-เอก ช่วงที่ 3 วันสุดท้าย 30 เม.ย 69 นี้</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p><span style="font-family: Sarabun;">บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ช่วงที่ 3 รอบสุดท้ายแล้ว! ภาคปกติและภาคพิเศษ ทั้งหลักสูตรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และนานาชาติ ทั้ง มจพ. กรุงเทพฯ มจพ.วิทยาเขตระยอง และ มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี สมัครได้ตั้งแต่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 – 30 เมษายน 2569 ทั้ง 13 คณะ ได้แก่ </span><br />
<span style="font-family: Sarabun;">• คณะวิศวกรรมศาสตร์<br />
• </span><span style="font-family: Sarabun;">คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม </span><br />
<span style="font-family: Sarabun;">• วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม<br />
• คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ </span><br />
<span style="font-family: Sarabun;">• คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์<br />
• คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ </span><br />
<span style="font-family: Sarabun;">• คณะอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัล<br />
• คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม </span><br />
<span style="font-family: Sarabun;">• คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล<br />
• คณะบริหารธุรกิจ </span><br />
<span style="font-family: Sarabun;">• คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม<br />
• คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม </span><br />
<span style="font-family: Sarabun;">• คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"> รายละเอียดเพิ่มเติม <a href="https://kmutnb.link/BCk1nh" target="_blank" rel="noopener">https://kmutnb.link/BCk1nh</a></span><br />
<span style="font-family: Sarabun;"> สมัครออนไลน์ได้ที่ <a href="https://kmutnb.link/5Hshz5" target="_blank" rel="noopener">https://kmutnb.link/5Hshz5</a></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">สอบถามรายละเอียดได้ที่ บัณฑิตวิทยาลัย ชั้น 12 อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) โทรศัพท์ 02555-2000 ต่อ 2405, 2422</span></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/kmutnb-news-260419/">บัณฑิตวิทยาลัย มจพ. รับสมัครนักศึกษา ป.โท-เอก ช่วงที่ 3 วันสุดท้าย 30 เม.ย 69 นี้</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Eaton Electric (Thailand) และ Yarra Power ลงนามในความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/eaton-electric-thailand-x-yarra-power/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 05:08:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13355</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/eaton-electric-thailand-x-yarra-power/">Eaton Electric (Thailand) และ Yarra Power ลงนามในความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>กรุงเทพฯ-  2 เมษายน 2569 บริษัท Eaton Electric (Thailand) Ltd นำโดย นางสาวสุภัทรา รามสูต ผู้จัดการประจำประเทศไทย ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (M</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/eaton-electric-thailand-x-yarra-power/">Eaton Electric (Thailand) และ Yarra Power ลงนามในความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/eaton-electric-thailand-x-yarra-power/">Eaton Electric (Thailand) และ Yarra Power ลงนามในความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">กรุงเทพฯ-  2 เมษายน 2569 บริษัท <strong>Eaton Electric (Thailand) L</strong><strong>td</strong> นำโดย <strong>นางสาวสุภัทรา รามสูต ผู้จัดการประจำประเทศไทย</strong> ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ <strong>(</strong><strong>Memorandum of Understanding: MOU)</strong> กับบริษัท <strong>Yarra Power Co., Ltd.</strong> โดยมี <strong>นายศิริพงษ์ ศิริสัจจวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong> เป็นผู้ลงนาม เพื่อร่วมกันขยายโอกาสทางการตลาดและเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจด้านโซลูชันระบบพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับกลุ่มพาณิชย์และอุตสาหกรรม <strong>(</strong><strong>Commercial &amp; Industrial)</strong> และครัวเรือน <strong>(</strong><strong>Residential)</strong> ในประเทศไทย ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาธุรกิจในด้านที่สอดคล้องกับทิศทางพลังงานสะอาดและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมการทำงานร่วมกันด้านเทคโนโลยี การพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ รวมถึงโซลูชันด้านระบบไฟฟ้าและการป้องกันระบบ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับกลุ่มที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และภาคอุตสาหกรรม</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>นางสาวสุภัทรา รามสูต ผู้จัดการประจำประเทศไทย </strong><strong>Eaton Electric (Thailand) Ltd</strong> กล่าวว่า</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">“ความร่วมมือกับ <strong>Yarra Power</strong> ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ <strong>Eaton</strong> ในการขยายโซลูชันระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล เรามุ่งหวังที่จะสนับสนุนลูกค้าในประเทศไทยยให้สามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างคุณค่าในระยะยาวผ่านเทคโนโลยีด้านการจัดการพลังงานของ <strong>Eaton</strong>”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ด้าน <strong>นายศิริพงษ์ ศิริสัจจวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท </strong><strong>Yarra Power Co., Ltd.</strong> กล่าวว่า</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">“การร่วมมือกับ <strong>Eaton Electric (Thailand)</strong> เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโซลูชันระบบพลังงานแสงอาทิตย์ของ <strong>Yarra Power</strong> ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและโซลูชันพลังงานของ Eaton ความร่วมมือนี้จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีความน่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ในช่วงต้นปี <strong>พ.ศ. </strong><strong>2569</strong> <strong>Eaton Electric (Thailand) Limited</strong> เดินหน้ากลยุทธ์การขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและโซลูชันด้านการบริหารจัดการพลังงานระดับโลกของ Eaton มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตของตลาดพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>Eaton เป็นบริษัทด้านการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ ที่มุ่งมั่นในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก เราพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับหลากหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) สาธารณูปโภค ภาคอุตสาหกรรม ภาคพาณิชย์และสถาบัน ผู้ผลิตเครื่องจักร ภาคที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ตลอดจนภาคการขนส่งและยานยนต์เราดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการทำธุรกิจอย่างถูกต้อง โปร่งใส</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างยั่งยืน และมุ่งสนับสนุนลูกค้าในการบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตด้วยการใช้ประโยชน์จากแนวโน้มการเติบโตระดับโลกด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า (</strong><strong>Electrification) และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digitalization) เรามุ่งแก้ไขความท้าทายด้านการจัดการพลังงานที่สำคัญของโลก พร้อมร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับผู้คนในวันนี้และคนรุ่นต่อไป</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>โดยบริษัทได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. </strong><strong>2454 Eaton ได้มีการพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงและขยายตัวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 27.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และให้บริการลูกค้าในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ </strong><strong><a href="http://www.eaton.com/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://www.eaton.com&amp;source=gmail&amp;ust=1775862046527000&amp;usg=AOvVaw0Ydw073C_5hJzkg8Gumo2H">www.eaton.com</a> และติดตามเราได้ทาง LinkedIn</strong></span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/eaton-electric-thailand-x-yarra-power/">Eaton Electric (Thailand) และ Yarra Power ลงนามในความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออริจิ้น เวอร์ติเคิล ร่วมกับ บริทาเนีย สร้างมิติใหม่นวัตกรรมการอยู่อาศัยแบบ Smart Living ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น เติมเต็มไลฟ์สไตล์ดิจิทัล</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/origin-x-true/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 04:38:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13352</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/origin-x-true/">ออริจิ้น เวอร์ติเคิล ร่วมกับ บริทาเนีย สร้างมิติใหม่นวัตกรรมการอยู่อาศัยแบบ Smart Living ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น เติมเต็มไลฟ์สไตล์ดิจิทัล</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ออริจิ้น กรุ๊ป ตอกย้ำความเป็น No.1 ผู้สร้างสรรค์บ้านและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ครั้งแรก! กับการจัดงาน &#8220;ORIGIN PAWRENTS TALK” เ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/origin-x-true/">ออริจิ้น เวอร์ติเคิล ร่วมกับ บริทาเนีย สร้างมิติใหม่นวัตกรรมการอยู่อาศัยแบบ Smart Living ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น เติมเต็มไลฟ์สไตล์ดิจิทัล</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/origin-x-true/">ออริจิ้น เวอร์ติเคิล ร่วมกับ บริทาเนีย สร้างมิติใหม่นวัตกรรมการอยู่อาศัยแบบ Smart Living ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น เติมเต็มไลฟ์สไตล์ดิจิทัล</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ออริจิ้น กรุ๊ป ตอกย้ำความเป็น </strong><strong>No.</strong><strong>1 ผู้สร้างสรรค์บ้านและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ครั้งแรก! กับการจัดงาน &#8220;ORIGIN PAWRENTS TALK” เปิดกลยุทธ์ความร่วมมือระดับ </strong><strong>Flagship </strong><strong>ร่วมกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น </strong><strong>ผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยี</strong><strong> </strong><strong>สร้างมาตรฐานใหม่ของ &#8220;เมืองที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง&#8221; เติมเต็มไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล ด้วย “ทรูออนไลน์” เน็ตบ้านเร็วแรงเต็มสปีด ที่มาพร้อมอุปกรณ์อัจฉริยะเอาใจคนรักสัตว์ ทั้ง กล้องวงจรปิด </strong><strong>AI อัจฉริยะ ไม่พลาดทุกโมเมนต์สำคัญของสัตว์เลี้ยง และ เครื่องติดตามสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ (Smart Pet Tracker) บอกพิกัดของสัตว์เลี้ยงได้อย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์ทั่วไทยผ่านเครือข่ายทรู ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์<br />
คนรักสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ </strong><strong>ORIGIN VERTICAL </strong>เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ORIGIN Group และ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสู่ยุค Smart Living อย่างแท้จริง  ผ่านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและระบบนิเวศดิจิทัล โดยเน้น Pet Innovation โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) และการเชื่อมต่อความเร็วสูง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ติดตามสัตว์เลี้ยง (Pet Tracker) และ กล้องวงจรปิด AI อัจฉริยะสำหรับดูแลสัตว์เลี้ยงแบบเรียลไทม์ ตลอดจนแพลตฟอร์มบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Pet Humanization รวมถึงการให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) ที่รองรับไลฟ์สไตล์ของทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ครบวงจร สะดวกสบาย และตอบโจทย์ทุกสมาชิกในบ้าน</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">แนวทางความร่วมมือดังกล่าว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของออริจิ้น ที่มุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ พร้อมส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ใส่ใจในทุกรายละเอียดตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกมิติ ภายใต้แนวคิด <strong>“</strong><strong>Creative Living For  Better Life” </strong>การสร้างสรรค์รูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ๆ เน้นคอนโดมิเนียมทำเลใกล้รถไฟฟ้า การออกแบบที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet Friendly Living) และการบริการแบบครบวงจรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทั้ง Gen Y, Gen Z และกลุ่ม Pet Family  เพราะออริจิ้นเชื่อว่า “การอยู่อาศัยที่ดี” ไม่ได้จำกัดเพียงแค่พื้นที่ใช้สอย แต่คือการเปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพในทุกด้าน พร้อมสะท้อนการอยู่ร่วมกันอย่างลงตัวระหว่างคนและสัตว์เลี้ยง โดยมองว่า “สัตว์เลี้ยง” คือ “สมาชิกในครอบครัว”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้เกิด Happiness Supporter ภายใต้กฎระเบียบที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย ของการอยู่ร่วมกันทั้งคนเลี้ยงและไม่เลี้ยงสัตว์ โดยยึดตามพระราชบัญญัติการเลี้ยงสัตว์ในคอนโดมิเนียม เพื่อความสุขของทุกคน โครงการได้แยกสัดส่วนการใช้งานอย่างเป็นระบบ ทั้งลิฟต์โดยสารที่แยกเฉพาะ แยกเส้นทาง Pet-Friendly จากเส้นทางหลักของโครงการ รวมถึงการแบ่งโซนพื้นที่ส่วนกลางอย่างเหมาะสม  อีกทั้ง ยังคำนึงถึงความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่ไม่เป็นอันตรายต่ออุ้งเท้าน้อง พร้อมรองรับการทำความสะอาดและควบคุมกลิ่น จากทีม Living Service ซึ่งเป็นทีมงานมืออาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางด้าน Pet Specialist Training ทั้งพนักงานประจำโครงการและนิติบุคคล โดยได้รับความร่วมมือจาก โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ในการจัดอบรมหลักสูตรผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ และได้รับมอบเข็ม Pet Services ประดับบนปกเสื้อด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมืออาชีพในการให้บริการ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ออริจิ้น ตอกย้ำผู้นำ No.1 ขยายอาณาจักร Origin Pawrents เลี้ยงน้องได้ไม่ต้องแอบ พร้อมเข้าอยู่ในหลายทำเล ทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดรวมกว่า 4,966 ยูนิต จาก 25 โครงการ รวมทั้งบ้าน BRITANIA ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด <strong>Crafted For Better Living</strong> ใส่ใจเพื่อชีวิตที่ดีกว่า พร้อมสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัย เพื่อให้ลูกบ้านได้รับบริการที่ดีขึ้นในทุกๆวัน</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">“เรามองว่าเทรนด์นี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะเกิดขึ้นกับคนในทุกช่วงอายุ รวมถึงกลุ่มมิลเลนเนียลหรือกลุ่มคน Gen Y ที่ปัจจุบันมักจะมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเอง และเทคโนโลยีสำหรับสัตว์เลี้ยง กำลังเริ่มมีบทบาทสำคัญ โดยเจ้าของ 39% ให้ความสนใจใช้ Pet Tech เพื่อให้รู้สึกใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงแม้ไม่ได้อยู่ใกล้กัน ซึ่งเราเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงร่วมมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกบ้าน ออริจิ้น และ บริทาเนีย ที่จองและ โอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 &#8211; 31 มิถุนายน 2569 จะได้รับ TrueX Smart Pet Tracker และ TrueX Smart CCTV Camera 4 Pro AI” นายอภิสิทธิ์ กล่าว</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ด้าน <strong>นายฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านโฮมคอนเนคทิวิตี้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งนำเทคโนโลยียกระดับการใช้ชีวิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย เราจึงพัฒนาและสร้างสรรค์บริการที่เป็นมากกว่าการเชื่อมต่อ (Beyond Connectivity) เพื่อเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ดูแลทั้งครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ในฐานะผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยี เราจะทำให้บ้านเป็นพื้นที่ที่เติมเต็มให้ชีวิตมีความสุข โดยมีเน็ตบ้าน <strong>“ทรูออนไลน์”</strong> เชื่อมโยงทุกชีวิต เข้ากับ <strong>TrueX</strong> ภายใต้ระบบนิเวศดิจิทัลที่ทำให้บ้านเป็น Smart Home และ ยกระดับการใช้ชีวิตในแบบ Smart Living ตอบโจทย์ครบทุกมิติ ทั้งความปลอดภัย สุขภาพกายและใจ ความสะดวกสบาย และการประหยัดค่าใช้จ่ายของบ้าน อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึง “สัตว์เลี้ยง” ที่เป็นศูนย์รวมความรักของทุกคนในบ้าน ผ่านเทคโนโลยี AI และ อุปกรณ์อัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong><em>กล้องวงจรปิด </em></strong><strong><em>AI อัจฉริยะ</em></strong> ช่วยตรวจจับสัตว์เลี้ยงให้ไม่พลาดทุกโมเมนต์สำคัญ มี AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อปรับเปลี่ยนการดูแล ยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้แบบเฉพาะเจาะจง (Personalized) และที่สำคัญ มั่นใจได้ในการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัย</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong><em>เครื่องติดตามสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ (</em></strong><strong><em>Smart Pet Tracker) </em></strong>ระบุตำแหน่งสัตว์เลี้ยงได้อย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์ทั่วไทยผ่านเครือข่ายทรู สามารถเฝ้าดูแลสัตว์เลี้ยงได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ไกลแค่ไหนก็ไร้กังวล</span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">เราเชื่อมั่นว่า นวัตกรรม และ Ecosystem บ้านอัจฉริยะ ที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว จาก ทรู คอร์ปอเรชั่น จะตอบโจทย์เทรนด์ Pet Humanization และเติมเต็มวิสัยทัศน์ของ Origin ในการขยายอาณาจักร Origin Pawrents ที่จะสร้างความสุขให้กับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ท่ามกลางที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสัตว์โดยเฉพาะ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ขณะที่ <strong>นายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>BRI </strong>กล่าวว่า กลยุทธ์ BRITANIA Care Service เป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญของบริทาเนีย ที่ไม่ได้เพียงแค่สร้าง &#8220;บ้าน&#8221; แต่สร้าง &#8220;คุณภาพชีวิต&#8221; ในระยะยาว โดยออกแบบการให้บริการที่ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกบ้าน เพื่อให้ทุกวันในบ้านเป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน รวมถึงสมาชิกสี่ขาในครอบครัว เริ่มต้นจากการมองหาการออกแบบที่ลงตัวให้คนรักสัตว์มีความสุขที่สุดในขณะที่คนไม่เลี้ยงสัตว์ก็ต้องไม่รู้สึกถูกรบกวน การจัดการเรื่องกลิ่น เสียง และพื้นที่ส่วนกลางต้องใช้ทั้งนวัตกรรม (Innovation) และบริหารจัดการที่เข้มงวด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยยุคใหม่ Pet Friendly Living ที่ดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ขณะเดียวกัน บริทาเนีย ยังเดินหน้าสร้าง “Pet Community” ระบบนิเวศการอยู่อาศัยสำหรับคนรักสัตว์อย่างครบวงจร ผ่านความร่วมมือระหว่าง Pawrents และพันธมิตร (Partners) เพื่อยกระดับประสบการณ์ Pet-Friendly Living ผ่านโมเดล 3H ที่ครอบคลุมทุกมิติของการอยู่อาศัย ประกอบไปด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">Hug ดูแลและใส่ใจทุกรายละเอียดของการอยู่อาศัย เหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงของตัวเอง มอบสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ผ่านเทคโนโลยีจาก True</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">Health ส่งเสริมสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก ด้วยการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญอย่าง โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ และ กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงในเมือง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">Hub สร้างคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อคนและสัตว์เลี้ยงเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง</span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">“บริทาเนีย สนับสนุนกิจกรรมที่เกิดขึ้นร่วมกันระหว่างคนและน้อง รวมถึง Partner ด้านสุขภาพ และส่งเสริมกิจกรรมสร้างสุขให้น้องๆ หลากหลายที่ช่วยสร้างทั้งความสัมพันธ์และสร้าง Longevity เช่น กิจกรรม puppy yoga, Pets Run, อาบน้ำ ฉีดวัคซีน และตรวจสุขภาพฟรี!  ทั้งนี้ ยังเปิดโอกาสมองหาการสนับสนุนพันธมิตรจากแบรนด์หรือโครงการต่างๆ ในอนาคตด้วย เพราะเชื่อว่าพันธมิตรที่แข็งแกร่งจะช่วยสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ” นายกฤษณ์ กล่าว</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">พร้อมกันนี้ <strong>นายอภิสิทธิ์</strong> ยังกล่าวเสริมว่า บริษัทมุ่งเน้นในการสร้าง Standard of Living ใหม่ ไม่ใช่แค่สร้างคอนโดฯที่เลี้ยงสัตว์ได้ แต่กำลังร่วมมือกับภาครัฐและพาร์ทเนอร์เพื่อขยาย “ขอบเขตความสุข” ออกไป จากรั้วโครงการทั้งการอยู่อาศัยร่วมกัน การสนับสนุนเรื่องสุขภาพสัตว์ในเมือง และการร่วมพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของสัตว์เลี้ยง  รวมทั้งยังส่งเสริมด้านสังคมผ่านโครงการ ORIGIN GIVE โดยร่วมกับลูกบ้านสนับสนุน มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลสัตว์ในมูลนิธิ และยอดขายคอนโดส่วนหนึ่ง จะสนับสนุนองค์กรอื่นๆ เพื่อดูแลสัตว์ต่อไป</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">“เรามีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดการพัฒนา Pet-Friendly อย่างแท้จริง เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างผู้อยู่อาศัยที่เลี้ยงสัตว์และผู้ที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ ออริจิ้น ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพพื้นที่โดยรอบโครงการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในอนาคต บริษัทมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนการพัฒนา Pets Park ของกรุงเทพมหานคร รวมถึงเปิดโอกาสในการเป็นเจ้าภาพร่วมกับพันธมิตรต่างๆ ในการสร้างสรรค์พื้นที่ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในทุกรูปแบบ เรามุ่งหวังที่จะร่วมสร้าง PETS COMMUNITY ที่เข้มแข็ง และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้เมืองก้าวสู่การเป็นสังคมที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงอย่างยั่งยืน” นายอภิสิทธิ์ กล่าวในตอนท้าย</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ </strong><strong>ORIGIN VERTICAL</strong> ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร เป็นกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายประเภทคอนโดมิเนียม ภายใต้คอนเซปต์ “Creative Living for  Better Life สร้างสรรค์การใช้ชีวิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า” พัฒนาโครงการคอนโดฯ ภายใต้แบรนด์ อาทิ พาร์ค ออริจิ้น (Park Origin), โซ ออริจิ้น (So Origin), ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ (Origin Plug &amp; Play), ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), ออริจิ้น เพลส (Origin Place), ดิ ออริจิ้น (The Origin), เคนซิงตัน (Kensington), แฮมป์ตัน (Hampton), ออริจิ้น เพลย์ (Origin Play) เป็นต้น</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">สำหรับ <strong>บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>BRI</strong> เป็นผู้พัฒนาบ้านจัดสรรภายใต้คอนเซปต์ “Crafted for Better Living ใส่ใจเพื่อชีวิตที่ดีกว่า”   พัฒนาทั้งบ้านเดี่ยว บ้านซีรีส์ใหม่ ทาวน์โฮม ครอบคลุมผู้บริโภคทุกเซ็กเมนท์ ภายใต้ 5 แบรนด์ ได้แก่ 1. เบลกราเวีย (Belgravia) บ้านเดี่ยวลักชัวรี 2. แกรนด์ บริทาเนีย (Grand Britania) บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดระดับ High-End 3. บริทาเนีย (Britania) บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ระดับ Mid-end 4.ไบรตัน (Brighton) บ้านแฝด และทาวน์โฮม ระดับเริ่มต้น (Entry) 5. บัลโค (Balco) บ้านพักตากอากาศระดับ Luxury</span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/origin-x-true/">ออริจิ้น เวอร์ติเคิล ร่วมกับ บริทาเนีย สร้างมิติใหม่นวัตกรรมการอยู่อาศัยแบบ Smart Living ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น เติมเต็มไลฟ์สไตล์ดิจิทัล</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทางออกอุตฯ บรรจุภัณฑ์ ยุควัตถุดิบพลาสติกแพง-ของขาด! อินฟอร์มา เผยผู้ประกอบการเร่งใช้วัสดุทดแทน</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/%c2%a0propak-asia%c2%a02026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 03:48:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ProPak]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13347</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%c2%a0propak-asia%c2%a02026/">ทางออกอุตฯ บรรจุภัณฑ์ ยุควัตถุดิบพลาสติกแพง-ของขาด! อินฟอร์มา เผยผู้ประกอบการเร่งใช้วัสดุทดแทน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ทางออกอุตฯ บรรจุภัณฑ์ ยุควัตถุดิบพลาสติกแพง-ของขาด! อินฟอร์มา เผยผู้ประกอบการเร่งใช้วัสดุทดแทน อัปเกรดเครื่องจักร ล่าสุดร่วมพันธมิตรยกระดับบรรจุภัณฑ์ไ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%c2%a0propak-asia%c2%a02026/">ทางออกอุตฯ บรรจุภัณฑ์ ยุควัตถุดิบพลาสติกแพง-ของขาด! อินฟอร์มา เผยผู้ประกอบการเร่งใช้วัสดุทดแทน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%c2%a0propak-asia%c2%a02026/">ทางออกอุตฯ บรรจุภัณฑ์ ยุควัตถุดิบพลาสติกแพง-ของขาด! อินฟอร์มา เผยผู้ประกอบการเร่งใช้วัสดุทดแทน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ทางออกอุตฯ บรรจุภัณฑ์ ยุควัตถุดิบพลาสติกแพง-ของขาด! </strong></span><span style="font-family: Sarabun;"><strong>อินฟอร์มา เผยผู้ประกอบการเร่งใช้วัสดุทดแทน อัปเกรดเครื่องจักร ล่าสุดร่วมพันธมิตรยกระดับบรรจุภัณฑ์ไทย จัดประกวด </strong><strong>ThailandStar Packaging Awards 2026 ในงาน ProPak Asia 2026</strong><strong> </strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>สถานการณ์ความขัดแย้งป่วนอุตสาหกรรมทั่วโลก ด้านอุตฯ บรรจุภัณฑ์ฮึดสู้หลังต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงและขาดแคลน ด้าน</strong><strong>ราคาเม็ดพลาสติกปรับเพิ่มขึ้นแล้ว </strong><strong>50–70%</strong><strong> </strong><strong>ส่วน อินฟอร์มา ผู้จัดงาน </strong><strong>ProPak Asia 2026 เผยผู้ประกอบการเร่งหันใช้</strong><strong>วัสดุทดแทน อาทิ </strong><strong>พลาสติกชีวภาพ กระดาษ ยางธรรมชาติ </strong><strong>วัสดุรีไซเคิล ฯลฯ พร้อมอัปเกรดเครื่องจักรเทคโนโลยีใหม่ ล่าสุดจับมือ วว. และพันธมิตร ยกระดับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยจัดประกวด </strong><strong>ThailandStar Packaging Awards 2026</strong><strong> ในงาน </strong><strong>ProPak Asia 2026</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>นางสาวกชสร โตเจริญธนาผล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย</strong> ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 เผยถึงภาพรวมและการปรับตัวของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ขณะนี้ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลต่อทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก ซึ่งอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะพลาสติกและวัสดุที่ต้องพึ่งพาปิโตรเคมี มีต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น ราคาเม็ดพลาสติกปรับเพิ่มขึ้นถึง 50–70% และยังเกิดภาวะขาดตลาด วิกฤตนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะในไทย แต่ฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์ในเอเชียอย่าง ไต้หวัน จีน หรือ เกาหลีใต้ ก็ได้รับผลกระทบจนต้องระงับการส่งออกและปรับราคาขึ้นเช่นกัน ซึ่งการรับมือกับปัญหานั้น ผู้ประกอบการได้เร่งส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทนอย่างพลาสติกชีวภาพ กระดาษ ยางธรรมชาติ หรือใช้วัสดุรีไซเคิล โดยนำเทคโนโลยี AI มาใช้วิเคราะห์เพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิล หรือปรับสูตรการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ใช้ฟิล์มบางลง 20% หรือ ใช้กระดาษเคลือบแทนพลาสติกบางส่วน นอกจากนั้นยังมีการลงทุนและพัฒนาด้านเทคโนโลยีเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งคุณภาพและความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ ลดการใช้วัตถุดิบและการศูนย์เสีย ลดต้นทุนแรงงาน และรองรับการใช้วัสดุทางเลือกใหม่ๆ ได้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์นั้น ข้อมูลจาก Fortune Business Insights และ Mordor Intelligence ระบุว่า ตลาดรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลกมีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตประมาณ 3–4% ต่อปี ซึ่งบรรจุภัณฑ์เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนการผลิต การขยายตัวของธุรกิจ E-Commerce ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ วันนี้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากปัจจัยที่มีอิทธิพล คือ ความยั่งยืนที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ โดยตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนคาดว่าจะมีการเติบโตสูงกว่าตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วไปประมาณ 7% ต่อปี รวมทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มีบทบาทในการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อให้นำกลับมาใช้ใหม่หรือย่อยสลายได้ ทำให้นวัตกรรมและการออกแบบต้องตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ดังนั้นงาน ProPak Asia 2026 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิต แปรรูป และ บรรจุภัณฑ์ของเอเชีย จึงได้รับเลือกจาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในการร่วมจัดการประกวด ThailandStar Packaging Awards 2026 ขึ้นเพื่อยกระดับความสามารถของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย พร้อมกับหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “Packaging Beyond the Box : ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่บรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต” โดยกิจกรรมนี้จะเป็นกลไกส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นภายในงานฯ ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีระดับนานาชาติและไฮไลต์พิเศษ อาทิ Creative Design Village พื้นที่จัดแสดงผลงานชนะเลิศการประกวดบรรจุภัณฑ์ระดับประเทศ (ThailandStar Packaging Awards), ระดับเอเชีย (AsiaStar Awards) และระดับโลก (WorldStar Awards), Creative Design Box ที่รวบรวมผลงานดีไซน์จากคุณแชมป์ สมชนะ กังวารจิตต์ นักออกแบบแนวหน้าของไทย, Packaging Design Clinic โซนให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และงานสัมมนา Global Packaging Forum เพื่ออัปเดตเทรนด์และความยั่งยืนจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกอีกด้วย</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ด้าน<strong>นายไพบูลย์ สรวมศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโนเวท แพคเกจจิ้ง จำกัด</strong> ผู้จัดจำหน่ายเครื่องจักร วัตถุดิบ และบริการในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มกำลังมุ่งสู่ 2 เทรนด์หลัก คือ การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทางอาหาร ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายและรีไซเคิลได้ทำให้ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนชนิดวัตถุดิบในการผลิต ส่วนความปลอดภัยด้านอาหารที่เข้มงวด ทำให้ผู้ประกอบการต้องขอการรับรองมาตรฐานต่างๆ โดยปัญหาที่ผู้ประกอบการประสบอยู่ขณะนี้ คือ การขาดแคลนวัตถุดิบ ต้นทุนที่ผันผวน ค่าแรงที่สูงขึ้นและการสูญเสียในการผลิต ดังนั้นทางออกที่ตอบโจทย์ คือ การลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องจักรสมัยใหม่เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งทางบริษัทฯ มีการพัฒนาและคัดสรรเครื่องจักรที่เข้ามาช่วยลดต้นทุนในหลายมิติ โดยหากเป็นกลุ่ม SMEs ควรเริ่มปรับปรุงที่จุดคอขวดในการผลิตก่อน และค่อยๆ ขยายการลงทุนตามศักยภาพของธุรกิจ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">สำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯ นั้น มีทั้งกลุ่มโรงพิมพ์และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ที่ให้การยอมรับในจุดแข็งของผสานการนำเสนอเครื่องจักรที่ทันสมัยเข้ากับการจัดหาวัตถุดิบ และการบริการหลังการขายจากทีมวิศวกร ที่คอยให้คำปรึกษาในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน โดยกลุ่มธุรกิจของบริษัทประกอบด้วย เครื่องจักรอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์<strong> </strong>เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องทำซอง เครื่องลามิเนต วัตถุดิบประเภทฟิล์ม เช่น PET, PE, OPP, NYLON, MCPP, ALU และ MPET วัตถุดิบประเภทกาว ทั้ง Solvent Base และ Solvent Free อะไหล่และบริการหลังการขาย<strong> </strong>และบริการรับจ้างผลิต (OEM)<strong> </strong>แบบครบวงจร ส่วนการร่วมจัดแสดงกับ ProPak Asia 2026 นั้น มีการเตรียมนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ อาทิ เครื่องจักรเกรด AAA ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ระบบดับเพลิงเครื่องจักร เครื่องควบคุมความหนืดของหมึกพิมพ์ และผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืน อาทิ ฟิล์มชนิด High Barrier และ ฟิล์ม Mono Material ที่เอื้อต่อการรีไซเคิล นวัตกรรมกาว Solvent Base และ Solvent Free และบริการ OEM แบบครบวงจร</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ส่วน<strong>นายสิทธิ ศิริจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานดี-สตราแพค จำกัด </strong>ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องจักร-โซลูชันบรรจุภัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของกุล่มผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อการส่งออกว่า วันนี้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ หรือย่อยสลายได้ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์โลกในเรื่อง Green Packaging และ Sustainability ที่ขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ต้องเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนโดยเร็ว ทั้งการพัฒนาวัสดุใหม่ การปรับปรุงการผลิตด้วยเทคโนโลยี การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับการขนส่งและลดปริมาณขยะ ดังนั้นระบบบรรจุภัณฑ์ส่วนปลาย (End-of-Line Packaging) จึงได้นำกระดาษมาทดแทนพลาสติก หรือเลือกใช้พลาสติกไบโอเกรดที่ย่อยสลายได้ และใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทำให้ใช้พลาสติกน้อยลง</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">จุดแข็งของทางบริษัทฯ คือ การร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตเครื่องจักรระดับโลก อาทิ STRAPACK (ญี่ปุ่น), SIAT (อิตาลี) และ RANPAK (สหรัฐอเมริกา) ในการให้คำปรึกษาและนำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs โดยเครื่องจักรของบริษัทฯ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเครื่องรัดกล่องและอุปกรณ์ สำหรับงานรัดสินค้าด้วยสายรัด PP และ PET กลุ่มเครื่องขึ้นรูป ปิดเทปกาวกล่อง และเครื่องพันพาเลท สำหรับงานติดเทปกาวและพันฟิล์มยืด และกลุ่มโซลูชันบรรจุภัณฑ์เพื่อการปกป้อง<strong> </strong>โดยนวัตกรรมการใช้กระดาษเพื่อทดแทนพลาสติกกันกระแทกและปกป้องสินค้าไม่ให้เสียหายระหว่างขนส่ง ส่วนการร่วมจัดแสดงในงาน ProPak Asia 2026 นั้น มีการเตรียมไฮไลต์เทคโนโลยี &#8220;LINE PACKING AUTOMATION&#8221; ที่แสดงศักยภาพของระบบอัตโนมัติในการทดแทนแรงงานคนอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมนวัตกรรมการใช้กระดาษเพื่อทดแทนพลาสติก อาทิ กระดาษสำหรับปกป้องสินค้า กระดาษสำหรับรัดสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สอดรับกับการขาดแคลนพลาสติกและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><strong>สำหรับ</strong><strong>งาน </strong><strong>ProPak Asia 202</strong><strong>6</strong><strong> </strong><strong>มีกำหนด</strong><strong>จัดขึ้นระหว่างวันที่ </strong><strong>10-13 </strong><strong>มิถุนายน 2569</strong><strong> </strong><strong>ณ </strong><strong>ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี </strong><strong>ผู้สนใจ</strong><strong>สามารถเยี่ยมชมและขอข้อมูล</strong><strong>รายละเอียดการจัดงาน</strong><strong>ฯ ได้ที่</strong><strong> </strong><a href="http://www.propakasia.com/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://www.propakasia.com/&amp;source=gmail&amp;ust=1775862041226000&amp;usg=AOvVaw0Q1rST5nFwJ7st9L7KmRFj"><strong>www.propakasia.com</strong></a><strong> </strong></span></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%c2%a0propak-asia%c2%a02026/">ทางออกอุตฯ บรรจุภัณฑ์ ยุควัตถุดิบพลาสติกแพง-ของขาด! อินฟอร์มา เผยผู้ประกอบการเร่งใช้วัสดุทดแทน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การ์ทเนอร์คาดการณ์ ปี 2571 หน่วยงานรัฐฯ 80% จะใช้ AI Agents เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตัดสินใจของภารกิจประจำให้เป็นอัตโนมัติ</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/gartner-news-260410/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 03:43:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[gartner]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13344</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/gartner-news-260410/">การ์ทเนอร์คาดการณ์ ปี 2571 หน่วยงานรัฐฯ 80% จะใช้ AI Agents เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตัดสินใจของภารกิจประจำให้เป็นอัตโนมัติ</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 9 เมษายน 2569 – การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยว่าภายในอีกสองปีข้างหน้า (ปี 2571) หน่</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/gartner-news-260410/">การ์ทเนอร์คาดการณ์ ปี 2571 หน่วยงานรัฐฯ 80% จะใช้ AI Agents เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตัดสินใจของภารกิจประจำให้เป็นอัตโนมัติ</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/gartner-news-260410/">การ์ทเนอร์คาดการณ์ ปี 2571 หน่วยงานรัฐฯ 80% จะใช้ AI Agents เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตัดสินใจของภารกิจประจำให้เป็นอัตโนมัติ</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p><span style="font-family: Sarabun;"><b><span lang="TH">กรุงเทพฯ</span></b><b>, <span lang="TH">ประเทศไทย – </span>9 <span lang="TH">เมษายน </span>2569</b> – <span lang="TH">การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้<wbr />นนำด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยว่าภายในอีกสองปีข้างหน้า (ปี </span>2571) <span lang="TH">หน่วยงานรัฐบาลอย่างน้อย </span>80% <span lang="TH">จะใช้ </span><a href="https://www.gartner.com/en/topics/artificial-intelligence" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.gartner.com/en/topics/artificial-intelligence&amp;source=gmail&amp;ust=1775862041168000&amp;usg=AOvVaw1NNH375EVJDOQ4eZLYgRku">AI</a> Agents <span lang="TH">เพื่อปรับปรุงกระบวนการตัดสิ<wbr />นใจในงานประจำให้เป็นระบบอั<wbr />ตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพร้<wbr />อมยกระดับการให้บริการแก่<wbr />ประชาชน</span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><a href="https://www.gartner.com/en/experts/daniel-nieto" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.gartner.com/en/experts/daniel-nieto&amp;source=gmail&amp;ust=1775862041168000&amp;usg=AOvVaw0nd81R5TjvEcRI3Ye5xYVn"><b><span lang="TH">ดาเนียล นีเอโต </span></b></a><b><span lang="TH">ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์<wbr />ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า</span></b> “<span lang="TH">บรรดา </span>CIO <span lang="TH">ของหน่วยงานภาครัฐกำลังเผชิ<wbr />ญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการเร่<wbr />งนำ </span>AI <span lang="TH">เข้ามาผสานรวมกับกระบวนการตัดสิ<wbr />นใจอย่างมีธรรมาภิบาล โดยการอุบัติขึ้นของ </span>Multimodal AI <span lang="TH">พร้อมด้วยระบบการสนทนา (</span>Conversational System) <span lang="TH">และระบบเอเจนต์ (</span>Agentic System) <span lang="TH">ได้ขยายขีดความสามารถให้องค์<wbr />กรภาครัฐสามารถทำงานแบบอัตโนมั<wbr />ติ เข้าถึงข้อมูลเชิงลึก และคาดการณ์สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น”</span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><span lang="TH">อย่างไรก็ตาม อุปสรรคเรื้อรังที่สุดประการหนึ่<wbr />งในการสร้างมูลค่าจาก </span>AI <span lang="TH">ขององค์กรภาครัฐคือการปฏิบัติ<wbr />ตามกลยุทธ์ที่มีความกระจั<wbr />ดกระจาย หรือ </span>Fragmentation <span lang="TH">โดยผลสำรวจของการ์ทเนอร์จากกลุ่<wbr />มตัวอย่าง </span>138 <span lang="TH">รายในองค์กรภาครัฐทั่วโลกระหว่<wbr />างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ปี </span>2568 <span lang="TH">พบว่าอุปสรรคสำคัญในการปรับใช้<wbr />โซลูชันดิจิทัล </span>41% <span lang="TH">มาจากกลยุทธ์การดำเนิ<wbr />นงานแบบไซโล (</span>Siloed Strategies) <span lang="TH">และ </span>31% <span lang="TH">มาจากระบบเดิมที่ล้าสมัย (</span>Legacy Systems) <span lang="TH">“ลำพังเพียงการปรับปรุ<wbr />งเทคโนโลยีให้ทันสมัย ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้” <b>นีเอโตกล่าวเสริม</b></span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><span style="font-family: Kanit;"><b><span lang="TH">ธรรมาภิบาลต้องปรับเปลี่<wbr />ยนจากการคุม</span></b><b> ‘<span lang="TH">โมเดล</span>’ <span lang="TH">สู่การคุม</span> ‘<span lang="TH">การตัดสินใจ</span>’</b></span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><span lang="TH">เมื่อ </span>AI <span lang="TH">เปลี่ยนจากการทดลองไปสู่การเป็<wbr />นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการตั<wbr />ดสินใจ แนวทางการกำกับดูแลจึงจำเป็นต้<wbr />องวิวัฒนาการตามไปด้วย จากเดิมที่การกำกับดูแล </span>AI <span lang="TH">มักเน้นไปที่การบริหารจัดการตั<wbr />วโมเดล ข้อมูล และอัลกอริทึมเป็นหลัก</span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><span lang="TH">อย่างไรก็ตาม </span>Decision Intelligence (DI) <span lang="TH">หรือวิทยาการด้านการตัดสินใจ ได้เปลี่ยนโฟกัสไปสู่การกำกับดู<wbr />แลที่</span> &#8220;<span lang="TH">ตัวการตัดสินใจ</span>&#8221; <span lang="TH">โดยตรง เช่น การออกแบบกระบวนการ การบังคับใช้ การติดตามผล และการตรวจสอบการตัดสินใจ ซึ่งการเปลี่<wbr />ยนแปลงแนวทางธรรมาภิบาลนี้ถื<wbr />อเป็นเรื่องสำคัญมากของหน่<wbr />วยงานภาครัฐ เนื่องจากความชอบธรรมต่<wbr />อสาธารณะนั้นต้องตั้งอยู่บนพื้<wbr />นฐานของความโปร่งใสและความเป็<wbr />นธรรม</span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><b><span lang="TH">ผลสำรวจการ์ทเนอร์พบว่า </span></b><b>39% <span lang="TH">ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า การยกระดับบริการและความพึ<wbr />งพอใจของประชาชนคือแรงจูงใจหลั<wbr />กในการลงทุนเพื่อสร้างความ</span></b><a href="https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2025-12-03-gartner-survey-reveals-61-percent-of-us-citizens-rate-secure-data-handling-as-extremely-important-for-government-digital-services" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2025-12-03-gartner-survey-reveals-61-percent-of-us-citizens-rate-secure-data-handling-as-extremely-important-for-government-digital-services&amp;source=gmail&amp;ust=1775862041168000&amp;usg=AOvVaw2dGE6jOaJGyhW-bjdfFscX"><b><span lang="TH">เชื่<wbr />อมั่นจากภาคสาธารณะ</span></b></a> <span lang="TH">ซึ่ง </span>Decision Intelligence (DI) <span lang="TH">จะเข้ามาเป็นฐานรากเชิงโครงสร้<wbr />างที่ช่วยให้ความเชื่อมั่นนี้<wbr />เกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ ผ่านการทำให้เส้นทางการตัดสิ<wbr />นใจมีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้</span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><b><span lang="TH">นีเอโตกล่าวเพิ่มเติมว่า</span></b> “<span lang="TH">การกำกับดูแลที่การตัดสินใจ แทนที่จะเป็นเพียงการควบคุมองค์<wbr />ประกอบของ </span>AI <span lang="TH">แยกส่วนกัน จะช่วยให้ภาครัฐสามารถสร้างสมดุ<wbr />ลระหว่างระบบอัตโนมัติกับการใช้<wbr />ดุลยพินิจของมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้<wbr />น โดยเฉพาะในบริบทที่มีความเสี่<wbr />ยงสูงหรือส่งผลกระทบต่อสิทธิ<wbr />พลเมือง</span>”<u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">“<span lang="TH">อุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้<wbr />การกำกับดูแลรวมถึงหน่<wbr />วยงานภาครัฐ ไม่สามารถพึ่งพาระบบแบบกล่องดำ (</span>Black Box System) <span lang="TH">ที่ขาดความโปร่งใสในการตัดสิ<wbr />นใจเรื่องสำคัญ ๆ ได้ ซึ่ง </span>DI <span lang="TH">จะช่วยยกระดับ</span> ‘<span lang="TH">ความสามารถในการอธิบาย</span>’ <span lang="TH">จากเดิมที่เป็นเพียงข้<wbr />อกำหนดทางเทคนิค ให้กลายเป็นหัวใจสำคัญของ</span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><span lang="TH">ธรรมาภิบาล</span>” <b><span lang="TH">เขากล่าวเสริม</span></b><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><u></u> <u></u></span><span style="font-family: Sarabun;"><span lang="TH">ด้วยเหตุผลความจำเป็นด้<wbr />านความโปร่งใส <b>การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี </b></span><b>2572 <span lang="TH">หน่วยงานรัฐ </span>70% <span lang="TH">จะกำหนดให้มีระบบ </span>AI <span lang="TH">ที่อธิบายได้ หรือ </span>Explainable AI (XAI) <span lang="TH">และเพิ่มกลไกให้มนุษย์มีส่วนร่<wbr />วม หรือ </span>Human-in-the-Loop (HITL)</b> <span lang="TH">สำหรับทุกการตัดสินใจที่เป็นอั<wbr />ตโนมัติและส่งผลต่อการให้บริ<wbr />การประชาชน ซึ่ง </span>XAI <span lang="TH">และ </span>HITL <span lang="TH">คือรากฐานสำคัญของ </span>DI <span lang="TH">ในภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าตรรกะเบื้<wbr />องหลังการตัดสินใจสามารถตรวจสอบ อธิบายและโต้แย้งได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้มนุษย์ยังมี<wbr />อำนาจตัดสินใจในกรณีเกิดข้<wbr />อยกเว้น การอุทธรณ์ หรือในเคสที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้ความรับผิดชอบยังคงอยู่แม้<wbr />ระบบอัตโนมัติจะเพิ่มขึ้นก็ตาม</span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><span style="font-family: Kanit;"><b><span lang="TH">ประสบการณ์ของภาคประชาชนกลายเป็<wbr />นมาตรวัดเชิงคุณภาพของคุณค่า </span></b><b>AI</b></span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><span lang="TH">แม้ว่า</span> &#8220;<span lang="TH">ประสิทธิภาพ</span>&#8221; <span lang="TH">จะยังเป็นเรื่องสำคัญ แต่</span> &#8220;<span lang="TH">ความเชื่อมั่นของประชาชน</span>&#8221; <span lang="TH">ต่อขีดความสามารถของภาครั<wbr />ฐในการให้บริการอย่างมีประสิทธิ<wbr />ผล กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคั<wbr />ญของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล <b>โดยผลสำรวจพบว่า </b></span><b>50% <span lang="TH">ของผู้ตอบแบบสอบถามจากภาครัฐฯ ยกให้</span> &#8220;<span lang="TH">การยกระดับประสบการณ์<wbr />ของประชาชน</span>&#8221; <span lang="TH">เป็นหนึ่งในสามลำดับความสำคัญสู<wbr />งสุด</span></b><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">“<span lang="TH">เมื่อ </span>AI <span lang="TH">และ </span>Decision Intelligence <span lang="TH">เข้ามาทำให้การบริการเป็นอั<wbr />ตโนมัติและคล่องตัวมากขึ้น นิยามของ </span>&#8216;<span lang="TH">ประสบการณ์ประชาชน</span>&#8216; <span lang="TH">ก็จะเปลี่ยนไป <b>เมื่อประชาชนได้รับสิ่งที่ต้<wbr />องการจากรัฐโดยอัตโนมัติ การติดต่อสื่อสารกั<wbr />นโดยตรงอาจลดลง</b> ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในความน่<wbr />าเชื่อถือ ความเป็นธรรมและความโปร่<wbr />งใสของระบบมีความสำคัญมากยิ่งขึ้<wbr />นกว่าเดิม และเนื่องจากความเชื่อมั่นหรือ </span>Trust <span lang="TH">เป็นสิ่งจำเป็น ศักยภาพในการคาดการณ์ความต้<wbr />องการล่วงหน้าจึงจะกลายเป็นปั<wbr />จจัยที่กำหนดรูปแบบการส่งมอบบริ<wbr />การดิจิทัลของภาครัฐในอนาคต</span>”<u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">DI <span lang="TH">ช่วยให้รั<wbr />ฐบาลสามารถออกแบบกระบวนการตัดสิ<wbr />นใจใหม่กับบริการที่ต้องติดต่<wbr />อกับประชาชน โดยเปลี่ยนจากการมีปฏิสัมพันธ์<wbr />เชิงรับตามขั้นตอน ไปสู่การมีส่วนร่วมเชิงรุกที่<wbr />ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่<wbr />มความสม่ำเสมอและลดความล่าช้า แต่ยังยกระดับการรับรู้ถึ<wbr />งความเป็นธรรมและสร้างความเชื่<wbr />อมั่นต่อสาธารณะ แม้ว่าการติดต่อกับเจ้าหน้าที่<wbr />รัฐโดยตรงจะมีแนวโน้มลดลงก็ตาม</span><u></u><u></u></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><b><span lang="TH">เกี่ยวกับการ์ทเนอร์</span></b><b> <u></u><u></u></b></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><span lang="TH">บริษัท การ์ทเนอร์ (</span>Gartner, Inc.) (NYSE: IT) <span lang="TH">คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้<wbr />นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคั<wbr />ญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้<wbr />างองค์กรให้ประสบความสำเร็<wbr />จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกั<wbr />บแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่<wbr />วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถู<wbr />กต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุ<wbr />รกิจได้ที่ </span><a href="http://gartner.com/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://gartner.com/&amp;source=gmail&amp;ust=1775862041168000&amp;usg=AOvVaw01HNCzGRcJfy7swYzoNlFw">gartner.com</a></span></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/gartner-news-260410/">การ์ทเนอร์คาดการณ์ ปี 2571 หน่วยงานรัฐฯ 80% จะใช้ AI Agents เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตัดสินใจของภารกิจประจำให้เป็นอัตโนมัติ</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ชูโมเดลจัดการขยะ Zero Waste ปั้นโครงการ &#8220;หนอนแม่โจ้ ลดขยะ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์&#8221; หนุนเกษตรกรลดต้นทุน กู้วิกฤตปุ๋ยแพง</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/blcp-news-260331/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 22:57:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13339</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/blcp-news-260331/">โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ชูโมเดลจัดการขยะ Zero Waste ปั้นโครงการ “หนอนแม่โจ้ ลดขยะ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์” หนุนเกษตรกรลดต้นทุน กู้วิกฤตปุ๋ยแพง</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>วิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงต้นทุนของภาคเกษตรอย่างรุนแรงโดยเฉพาะราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับสูงขึ้น ทางรอดของเ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/blcp-news-260331/">โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ชูโมเดลจัดการขยะ Zero Waste ปั้นโครงการ “หนอนแม่โจ้ ลดขยะ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์” หนุนเกษตรกรลดต้นทุน กู้วิกฤตปุ๋ยแพง</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/blcp-news-260331/">โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ชูโมเดลจัดการขยะ Zero Waste ปั้นโครงการ “หนอนแม่โจ้ ลดขยะ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์” หนุนเกษตรกรลดต้นทุน กู้วิกฤตปุ๋ยแพง</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">วิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงต้นทุนของภาคเกษตรอย่างรุนแรงโดยเฉพาะราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับสูงขึ้น ทางรอดของเกษตรกรจึงต้องปรับตัวและหันมาพึ่งตนเองมากขึ้น ทั้งการวางแผนการเพาะปลูก การเดินหน้าสู่แนวทางความยั่งยืนอย่างการผลิตปุ๋ยจากวัตถุอินทรีย์เหลือทิ้งทางการเกษตร อย่างเศษซากพืชและมูลสัตว์ที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวหรือแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ซังข้าวโพด ทะลายปาล์ม กากอ้อย ใบไม้กิ่งไม้ หรือมูลสัตว์ แม้โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) จะดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าในฐานะโรงไฟฟ้าฐานที่สำคัญที่ช่วยรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศ แต่อีกบทบาทสำคัญที่เดินควบคู่กัน คือ แนวทางการดำเนินงานที่ตอบโจทย์นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชน และบรรษัทภิบาล (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านการจัดการของเสียอย่างครบวงจร ด้วยแนวคิด “แปรของเสียให้เป็นประโยชน์ ลดผลกระทบ เพิ่มคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อม” จึงได้จัดทำโครงการนำร่องต่างๆ ในด้านการกำจัดขยะและแปลงของเสียเป็นมูลค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ให้มีความเข้มแข็งด้วยการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้ของโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่าง &#8220;นวัตกรรมดินพร้อมปลูกและโปรตีนทางเลือก&#8221; ที่ไม่เพียงช่วยลดก๊าซเรือนกระจก แต่ยังต่อยอดให้เป็นทางรอดแก่เกษตรกรไทยได้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>จากนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในการจัดการของเสียอย่างครบวงจร</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เริ่มต้นจัดการของเสียและขยะเหลือใช้ตั้งแต่ต้นทางด้วยการคัดแยกขยะ โดยแบ่งของเสียและสิ่งเหลือใช้ออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และสิ่งเหลือใช้ที่เกิดขึ้นจากการผลิต อย่างเถ้าลอยและเถ้าหนัก ซึ่งถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้วยการขายส่งต่อไปเป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และ การทำกระถางต้นไม้ รวมแล้วกว่า 600,000 ตันต่อปี ส่วนน้ำที่เหลือใช้จากกระบวนการผลิตจะผ่านระบบบำบัดที่เข้มงวด และนำกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้บริเวณโรงไฟฟ้าและฉีดพรมกองถ่านหินเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายอย่าง 100% โดยไม่ปล่อยกลับคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>ต่อยอด &#8220;ศาสตร์พระราชา&#8221; สู่ &#8220;โครงการหนอนแม่โจ้&#8221;</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">จากพื้นที่สีเขียวภายในโรงไฟฟ้าฯ กว่า 120 ไร่ ทำให้มีขยะใบไม้มากถึง 3-4 ตันต่อเดือน โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี จึงริเริ่มโครงการปุ๋ยใบไม้ขึ้นในปี 2565 โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหรือ &#8220;ศาสตร์พระราชา&#8221; มาประยุกต์ใช้ร่วมกับชุมชน ทำให้ร่นระยะเวลาการหมักใบไม้ให้กลายเป็นปุ๋ยได้ในระยะเวลา 45 วัน พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้และวิธีการแก่หน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และประชาชน จนประสบความสำเร็จในการช่วยลดการเผาและการแปลงสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นดินพร้อมปลูกที่นำกลับมาใช้ได้ ทำให้เกษตรกรลดต้นทุนไปได้อย่างมากและยังปลอดภัยแก่ตัวเกษตรกรและผู้บริโภค ล่าสุดเทศบาลนครมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายของ โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ได้คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 &#8220;เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน&#8221; ระดับประเทศ ประจำปี 2568 จากการนำองค์ความรู้จากโครงการการจัดการขยะใบไม้มาใช้ในการเปลี่ยนขยะใบไม้ในพื้นที่ได้มากขึ้น 35.49 ตัน ในระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายทั้งหมดอยู่ที่ 360 ตัน</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ความสำเร็จของโครงการการจัดการขยะใบไม้ ได้ถูกนำมาต่อยอดอีกครั้งในปี 2567 ภายใต้แนวคิดการจัดการขยะอินทรีย์จากเศษอาหารของโรงอาหารภายในโรงไฟฟ้า ด้วยโครงการหนอนแม่โจ้ หรือ<strong> </strong>หนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly &#8211; BSF) โดยได้รับการสนับสนุนจาก <strong>นายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบริหารองค์กร</strong> ดำเนินงานโครงการฯ โดย <strong>นางมะลิ สงขวัญ เจ้าหน้าที่บริหารสำนักงาน</strong> <strong>บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด</strong> ซึ่งจากการวิจัยพบว่าหนอนแม่โจ้มีประสิทธิภาพในการกินอาหารเร็วกว่าไส้เดือนถึง 5 เท่า สามารถย่อยสลายขยะอินทรีย์ได้มากถึง 3 กิโลกรัม ภายในเวลาเพียง 1 วัน และสามารถย่อยสลายเบื้องต้นได้ถึง 70% ของขยะอินทรีย์ทั้งหมดภายใน 12 ชั่วโมง โดยไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดโรค</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>ผลสัมฤทธิ์เชิงโครงการฯ ลดขยะฝังกลบเป็นศูนย์</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">การดำเนินการทั้ง 2 โครงการควบคู่กัน ส่งผลให้ปัจจุบันโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี<strong> </strong>กำจัดขยะใบไม้และขยะอินทรีย์ภายในโรงไฟฟ้าได้ 100% โดยไม่มีของเสียเหลือทิ้ง ซึ่งโครงการปุ๋ยใบไม้ ช่วยลดขยะใบไม้ได้กว่า 130 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 111.45 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq) นับตั้งแต่ปี 2565 ส่วนโครงการหนอนแม่โจ้ สามารถลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่ต้องนำไปฝังกลบได้ถึง 20 ตันต่อปี และ ตัวหนอนแม่โจ้ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากโครงการฯ ยังนำมาเป็นอาหารสัตว์อย่าง ไก่ ปลา กบ ฯลฯ และ แปรรูปเป็นขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูง (ไขมัน 30%, โปรตีน 40%) มีโอเมก้า 3, 6, 9 และกรดลอริกที่ช่วยยับยั้งเชื้อก่อโรคได้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>ทางรอดเกษตรกรไทยยุคปุ๋ยแพง เปลี่ยน &#8220;มูลหนอน&#8221; เป็น &#8220;ปุ๋ยอินทรีย์&#8221;</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>          </strong>ประเด็นที่น่าสนใจและสอดรับกับสถานการณ์โลกวันนี้ คือ การนำมูลของหนอนแม่โจ้มาใช้บำรุงดิน มูลของหนอนแม่โจ้ ที่ไม่ใช่แค่ปุ๋ยอินทรีย์ แต่คือดินที่มีชีวิต (Living Soil) ที่เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ดีที่มีประโยชน์ต่อการย่อยสลายธาตุอาหารในดิน ทำให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่าย มีสารอาหารที่จำเป็นต่อพืชครบถ้วน ช่วยบำรุงพืชผัก ผลไม้ และไม้ดอกไม้ประดับให้เจริญเติบโตได้ดี ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี ป้องกันดินแน่นแข็ง ที่สำคัญคือมีความปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ<strong> </strong>ปราศจากสารเคมี เหมาะสำหรับการทำเกษตรแบบพึ่งตัวเอง ในภาวะวิกฤตความขัดแย้งและการสู้รบที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานของปุ๋ยเคมีทำให้ราคาสูงขึ้นการส่งเสริมให้เกษตรกรและชุมชนหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากโครงการหนอนแม่โจ้และปุ๋ยใบไม้ จึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง ในการทดแทนปุ๋ยเคมีด้วยปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนทางการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังเป็นการฟื้นฟูสภาพดิน ป้องกันสารเคมีตกค้าง ยกระดับ ความปลอดภัยของผู้บริโภค<strong> </strong>และสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ในระยะยาว ซึ่งการดำเนินโครงการต่างๆ ของโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ประโยชน์ต่อองค์กรเท่านั้น แต่ยังขยายผลและส่งต่อองค์ความรู้จากโครงการเหล่านี้สู่หน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) “มุ่งพัฒนาพลังงานที่มั่นคง เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ผู้สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.blcp.co.th/web/index" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.blcp.co.th/web/index&amp;source=gmail&amp;ust=1775083929900000&amp;usg=AOvVaw2mdc1jnFrFDOhFaYh2Nuwy">https://www.blcp.co.th/web/index</a> หรือ Facebook : โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี &#8211; BLCP Power Limited</span></p>
<hr />
<h1></h1>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/blcp-news-260331/">โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ชูโมเดลจัดการขยะ Zero Waste ปั้นโครงการ “หนอนแม่โจ้ ลดขยะ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์” หนุนเกษตรกรลดต้นทุน กู้วิกฤตปุ๋ยแพง</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การ์ทเนอร์คาดปี 2570 ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 35% จะถูกจำกัดให้ใช้แพลตฟอร์ม AI เฉพาะภูมิภาค</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/gartner-news-260310/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Mar 2026 23:07:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[gartner]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13333</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/gartner-news-260310/">การ์ทเนอร์คาดปี 2570 ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 35% จะถูกจำกัดให้ใช้แพลตฟอร์ม AI เฉพาะภูมิภาค</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 9 มีนาคม 2569 — การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยีชั้นนำ เปิดเผยว่าในปี 2570 ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/gartner-news-260310/">การ์ทเนอร์คาดปี 2570 ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 35% จะถูกจำกัดให้ใช้แพลตฟอร์ม AI เฉพาะภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/gartner-news-260310/">การ์ทเนอร์คาดปี 2570 ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 35% จะถูกจำกัดให้ใช้แพลตฟอร์ม AI เฉพาะภูมิภาค</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>กรุงเทพฯ</strong><strong>, ประเทศไทย, 9 มีนาคม 2569</strong> — การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยีชั้นนำ เปิดเผยว่าในปี 2570 ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 35% จะเข้าสู่ภาวะถูกจำกัดให้ใช้แพลตฟอร์ม AI เฉพาะภูมิภาค หรือ Region-Specific AI Platforms ที่ใช้ข้อมูลบริบทเฉพาะตัว โดยการ์ทเนอร์ยังคาดว่าภายในปีหน้าภาวะการถูกผูกขาดแพลตฟอร์มนี้จะเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 35%</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><a href="https://www.gartner.com/en/experts/gaurav-gupta2" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.gartner.com/en/experts/gaurav-gupta2&amp;source=gmail&amp;ust=1773182290358000&amp;usg=AOvVaw254Zg1uTzOqgFsC45p7ArF"><strong>กอราฟ กุปตา</strong></a><strong> รองประธานฝ่ายวิเคราะห์การ์ทเนอร์</strong> กล่าวว่า “ประเทศที่มีเป้าหมายสร้างอธิปไตยทางดิจิทัล หรือ Digital Sovereignty กำลังเพิ่มการลงทุนกับโครงสร้าง AI ภายในประเทศ หรือ Domestic AI Stacks มากขึ้น เพื่อมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากโมเดลที่เป็นระบบปิดของสหรัฐฯ ซึ่งประกอบไปด้วย ประสิทธิภาพการประมวลผล ดาต้าเซ็นเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และโมเดลที่ทำงานสอดคล้องกับกฎหมาย วัฒนธรรม และภูมิภาคของตน ซึ่งความเชื่อมั่นและความเข้ากันได้ทางวัฒนธรรมกลายเป็นเกณฑ์สำคัญ โดยผู้มีอำนาจตัดสินใจให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์ม AI ที่สอดคล้องกับค่านิยมท้องถิ่น กรอบการกำกับดูแล และความคาดหวังของผู้ใช้งาน มากกว่าแพลตฟอร์มที่มีเพียงชุดข้อมูลการฝึกฝนขนาดใหญ่ที่สุด”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">โมเดลที่ปรับให้เข้ากับท้องถิ่น หรือ Localized Models ให้คุณค่าเชิงบริบทมากกว่า โดยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ระดับภูมิภาคมีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมเดลระดับโลกในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น การศึกษา การปฏิบัติตามกฎหมายและบริการสาธารณะ โดยเฉพาะในภาษาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ</span></p>
<p><a href="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2026/03/AI-Sovereignty-Predictions-for-2027-2029-TH-rs2.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-13334 alignnone" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2026/03/AI-Sovereignty-Predictions-for-2027-2029-TH-rs2.jpg" alt="" width="900" height="507" srcset="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2026/03/AI-Sovereignty-Predictions-for-2027-2029-TH-rs2.jpg 900w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2026/03/AI-Sovereignty-Predictions-for-2027-2029-TH-rs2-300x169.jpg 300w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2026/03/AI-Sovereignty-Predictions-for-2027-2029-TH-rs2-768x433.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>หลายประเทศต้องลงทุน </strong><strong>1% ของ GDP ภายในปี 2572 เพื่อสร้าง AI Sovereignty </strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">จากการที่ลูกค้าที่อยู่นอกฝั่งตะวันตกเริ่มเปลี่ยนจุดยืน เนื่องจากพวกเขากังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของตะวันตกที่แพร่เข้ามามากเกินไป ทำให้ AI Sovereignty กลายเป็นตัวชี้นำไปสู่การลดความร่วมมือลงและเกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ด้วยเหตุนี้ <strong>การ์ทเนอร์จึงคาดการณ์ว่าประเทศที่สร้างโครงสร้าง </strong><strong>AI ของตนเอง หรือ Sovereign AI stack จะต้องใช้จ่ายอย่างน้อย 1% ของ GDP กับโครงสร้างพื้นฐาน AI ภายในปี 2572</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">อธิปไตยทาง AI หรือ AI Sovereignty<strong> </strong>หมายถึงความสามารถของประเทศหรือองค์กรในการควบคุมวิธีการพัฒนา แนวทางการติดตั้งนำไปใช้งาน และการใช้ AI ภายในขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของตนได้อย่างอิสระ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">แรงกดดันด้านกฎระเบียบ ภูมิรัฐศาสตร์ การจัดเก็บข้อมูลบน<a href="https://www.gartner.com/en/infrastructure-and-it-operations-leaders/topics/cloud-computing" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.gartner.com/en/infrastructure-and-it-operations-leaders/topics/cloud-computing&amp;source=gmail&amp;ust=1773182290358000&amp;usg=AOvVaw2-gZfFJw3qA6SfcX3AAXaV">คลาวด์</a>ในประเทศ ภารกิจ AI ระดับชาติ ความเสี่ยงต่าง ๆ ที่องค์กรเผชิญ และความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ ล้วนเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่ทำให้รัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ ต้องเร่งลงทุนใน Sovereign AI นอกจากนี้ความกลัวที่จะกลายเป็นผู้ตามในการแข่งขันทางเทคโนโลยี AI ยังผลักดันให้ประเทศและบริษัทต่าง ๆ ต้องเร่งสร้างนวัตกรรมและลงทุนเพื่อเป้าหมายในการบรรลุการพึ่งพาตนเองในทุกภาคส่วนของโครงสร้าง AI</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">“ดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานในโรงงาน AI ถือเป็นกระดูกสันหลังที่สำคัญของ AI stack ที่ช่วยให้เกิดอธิปไตยทาง AI ส่งผลให้ดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะมีการขยายตัวและการลงทุนอย่างมหาศาลในอนาคต ผลักดันให้บริษัทไม่กี่แห่งที่ควบคุมโครงสร้าง AI มีมูลค่าบริษัทเติบโตในระดับเลขสองหลักถึงล้านล้านดอลลาร์” <strong>กุปตา กล่าวเสริม </strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><span style="font-family: Kanit;">ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ ผู้บริหารไอที (CIOs) จะต้อง:</span></strong></p>
<ul style="font-weight: 400;">
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ออกแบบเวิร์กโฟลว์ที่ไม่ยึดติดกับโมเดลใด ๆ</strong> โดยใช้เลเยอร์การจัดการต่างๆ ช่วยให้สามารถสลับไปมาระหว่าง LLM ในภูมิภาคต่าง ๆ และผู้ให้บริการที่แตกต่างกันได้</span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>มีการกำกับดูแล </strong><strong>AI และจัดเก็บข้อมูลในประเทศ</strong> และการปรับแต่งโมเดลเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย วัฒนธรรม และภาษาเฉพาะของแต่ละประเทศ</span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>สร้างสัมพันธ์กับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับชาติ</strong> ผู้ให้บริการ LLM ระดับภูมิภาค และผู้นำด้าน Sovereign AI ในตลาดสำคัญ ๆ พร้อมจัดทำรายชื่อพันธมิตรที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว </span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>คอยติดตามกฎหมาย </strong><strong>AI </strong>กฎระเบียบด้านอธิปไตยทางข้อมูล และมาตรฐานใหม่ ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานที่และวิธีการติดตั้งใช้งานโมเดล AI รวมถึงการประมวลผลข้อมูลของผู้ใช้</span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>เกี่ยวกับการ์ทเนอร์</strong><strong> </strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ <a href="http://gartner.com/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://gartner.com/&amp;source=gmail&amp;ust=1773182290359000&amp;usg=AOvVaw2da3kL2smxRRdXOX7_5ToX">gartner.com</a></span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/gartner-news-260310/">การ์ทเนอร์คาดปี 2570 ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 35% จะถูกจำกัดให้ใช้แพลตฟอร์ม AI เฉพาะภูมิภาค</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มจพ. แถลงข่าวมอบทุนให้กับนักเรียน ม.3 หลักสูตรโรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเทคนิคไทย-เยอรมัน</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/kmutnb-news-260303/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2026 03:27:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[kmutnb]]></category>
		<category><![CDATA[มจพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13327</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/kmutnb-news-260303/">มจพ. แถลงข่าวมอบทุนให้กับนักเรียน ม.3 หลักสูตรโรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเทคนิคไทย-เยอรมัน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย ติดอันดับ Top10 ของประเทศ จัดแถลงข่าว “มอบทุนการศึกษาใ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/kmutnb-news-260303/">มจพ. แถลงข่าวมอบทุนให้กับนักเรียน ม.3 หลักสูตรโรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเทคนิคไทย-เยอรมัน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/kmutnb-news-260303/">มจพ. แถลงข่าวมอบทุนให้กับนักเรียน ม.3 หลักสูตรโรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเทคนิคไทย-เยอรมัน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p class="p1"><span style="font-family: Sarabun;">วันที่<span class="s1"> 2 </span>มีนาคม พ<span class="s1">.</span>ศ<span class="s1">. 2569 </span><b>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ</b><span class="s1"><b> (</b></span><b>มจพ</b><span class="s1"><b>.)</b> </span><b>ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย</b><b> </b><b>ติดอันดับ</b><span class="s1"><b> Top10 </b></span><b>ของประเทศ</b> จัดแถลงข่าว<span class="s1"> <b>“</b></span><b>มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน</b><b> </b><b>ม</b><span class="s1"><b>.3 </b></span><b>หลักสูตรโรงเรียน</b><span class="s1"><b>&#8211;</b></span><b>โรงงาน</b><b> </b><b>รูปแบบเทคนิค</b><span class="s1"><b><span class="Apple-converted-space">    </span></b></span><b>ไทย</b><span class="s1"><b>&#8211;</b></span><b>เยอรมัน</b><span class="s1"><b>”</b> </span>อย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยนำเสนอหลักสูตรอนุปริญญา<span class="s1"> 4 </span>สาขา ซึ่งเป็นสาขาขาดแคลนของประเทศ ได้แก่ สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องกลสมัยใหม่<span class="s1"> (TIMM) </span>สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์<span class="s1"> (TIEE) </span>สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการโลจิสติกส์และดิจิทัล<span class="s1"> (TILM) </span>และสาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมุนไพรและความงาม<span class="s1"> (TIHB) </span>ซึ่งพัฒนาบนแนวคิดระบบทวิภาคี<span class="s1"> (Dual System) </span>ของประเทศเยอรมัน โดยการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ตลอดเส้นทางการศึกษา<span class="s1"> 5 </span>ปี<span class="s1"> (3+2)<span class="Apple-converted-space">  </span></span>เพื่อผลิต<b>นักเทคโนโลยีอัจฉริยะ</b><b> </b><b>ตามความต้องการของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมสาขาต่าง</b><b> </b><b>ๆ</b><b> </b><b>ของประเทศ</b></span></p>
<p class="p1"><span style="font-family: Sarabun;"><span class="s2">หลักสูตรดังกล่าวเปิดรับสมัครนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่</span><span class="s3"> 3 (</span><span class="s2">ม</span><span class="s3">.3) </span><span class="s2">เพื่อพัฒนาสู่กำลังคนทักษะสูงในกลุ่ม</span><span class="s3"> First S-Curve</span> และ<span class="s1"> New S-Curve </span>โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้ในสถานศึกษากับประสบการณ์ทำงานจริงในสถานประกอบการตั้งแต่ปีแรกของการศึกษา</span></p>
<p class="p1"><span style="font-family: Sarabun;">ในการนี้ มหาวิทยาลัยได้ประกาศมาตรการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนของชาติ โดยมอบ<b>ทุนการศึกษาแบบ</b><span class="s1"><b> Partial Scholarship</b> </span>ร้อยละ<span class="s1"> 50 </span>ของค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร<span class="s1"> 5 </span>ปี ให้แก่นักศึกษารุ่นแรก ประจำปีการศึกษา<span class="s1"> 2569 </span>จากอัตราค่าเล่าเรียนปกติภาคการศึกษาละ<span class="s1"> 14,000 </span>บาท มหาวิทยาลัยให้ทุน<span class="s1"> 7,000 </span>บาท คงเหลือภาคการศึกษาละ<span class="s1"> 7,000 </span>บาท ตลอดระยะเวลาศึกษา เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาสายอาชีพคุณภาพสูงและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้เรียนและผู้ปกครองในยุคเศรษฐกิจพลิกผัน</span></p>
<p><a href="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2026/03/S__95215842.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-13329 alignnone" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2026/03/S__95215842.jpg" alt="" width="900" height="507" srcset="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2026/03/S__95215842.jpg 900w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2026/03/S__95215842-300x169.jpg 300w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2026/03/S__95215842-768x433.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p class="p1"><span style="font-family: Sarabun;"><span class="s4">พิธีแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก</span> <span class="s4">ศาสตราจารย์</span> <span class="s4">ดร</span><span class="s5">.</span><span class="s4">ธีรวุฒิ</span> <span class="s4">บุณยโสภณ</span> <span class="s4">นายกสภามหาวิทยาลัย</span><span class="s5">, </span><span class="s4">ศาสตราจารย์</span> <span class="s4">ดร</span><span class="s5">.</span><span class="s4">ธานินทร์</span> <span class="s4">ศิลป์จารุ</span> <span class="s6">อธิการบดี</span> <span class="s6">และ</span> <span class="s6">ผู้ช่วยศาสตราจารย์</span> <span class="s6">พีระศักดิ์</span> <span class="s6">เสรีกุล</span> <span class="s6">รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตปราจีนบุรี</span> <span class="s6">ร่วมประกาศทิศทางการยกระดับสมรรถนะ</span><span class="s8">ผู้เรียน</span> <span class="s8">โดยเชื่อม</span><span class="s9"> “</span><span class="s8">โรงเรียน</span><span class="s9">–</span><span class="s8">โรงงาน</span><span class="s9">” </span><span class="s8">อย่างเป็นระบบ</span> <span class="s8">เพื่อสร้างกำลังคนทักษะสูงเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของประเทศ</span></span></p>
<p class="p1"><span style="font-family: Sarabun;">ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร<span class="s1">.</span>กฤษฎากร บุดดาจันทร์ คณบดีคณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม กล่าวว่า สาขาวิชา<span class="s1"> TIMM </span>และ<span class="s1"> TIEE </span>เน้นการปฏิบัติงานจริงตั้งแต่ปีแรก ครอบคลุมเครื่องกลสมัยใหม่ ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และไฟฟ้าอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้เรียนพร้อมเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมทันทีหลังสำเร็จการศึกษา ส่วนผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร<span class="s1">.</span>รณินทร์ กิจกล้า คณบดีคณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรม<span class="s6">บริการ</span> <span class="s6">ชี้ว่า</span> <span class="s6">สาขาวิชา</span><span class="s7"> TILM </span><span class="s6">เน้นระบบโลจิสติกส์</span><span class="s7"> <span class="Apple-converted-space">  </span></span><span class="s6">ในยุคดิจิทัล</span> <span class="s6">ครอบคลุมการจัดการคลังสินค้า</span> <span class="s6">การขนส่ง</span> <span class="s6">และซัพพลายเชน</span> <span class="s6">เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม</span> <span class="s6">ขณะที่</span><span class="s7"><span class="Apple-converted-space">  </span></span><span class="s6">รองศาสตราจารย์</span> <span class="s6">ดร</span><span class="s7">.</span><span class="s6">รัชนี</span> <span class="s6">เจริญ</span> <span class="s6">คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัล</span> ระบุว่า <span class="s6">สาขาวิชา</span> <span class="s1">TIHB </span>มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เข้าใจการผลิต ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม รวมทั้ง การบริหารจัดการธุรกิจแบบครบวงจร ผ่านการฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ เพื่อให้สามารถทำงานในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมหรือประกอบอาชีพอิสระของตนเองได้</span></p>
<p class="p2"><span style="font-family: Sarabun;">หลักสูตรทั้ง<span class="s1"> 4 </span>สาขา บูรณาการทักษะปฏิบัติและความรู้เชิงทฤษฎีอย่างเข้มข้น ผู้เรียนจะได้สร้างพอร์ตผลงานจากงานจริง ควบคู่กับการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม วินัย และกรอบความคิดแบบเติบโต<span class="s1"> (Growth Mindset) </span>เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตในสายอาชีพด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน หลังจากจบการศึกษาระดับอนุปริญญา และทำงานกับสถานประกอบการมาแล้ว<span class="s1"> 2 </span>ปี สามารถเทียบโอนหน่วยกิตจากประสบการณ์ทำงานจริง ในบริษัท<span class="s1">/</span>โรงงานได้ เพื่อมาศึกษาต่อปริญญาตรี<span class="s1"> (</span>ภาคค่ำ และภาคเสาร์<span class="s1">&#8211;</span>อาทิตย์<span class="s1">) </span>ณ มจพ<span class="s1">. </span>อีกประมาณ<span class="s1"> 1 </span>ปี<span class="s1"> – 1 </span>ปีครึ่ง ติดต่อสอบถามรายละเอียดทั้ง<span class="s1"> 4 </span>หลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ โทร<span class="s1">. 065-9349469</span></span></p>
<p class="p3"><span style="font-family: Sarabun;"><span class="s10">เปิดรับสมัครแล้ววันนี้</span> : <a href="https://www.admission.kmutnb.ac.th/" target="_blank" rel="noopener">https://www.admission.kmutnb.ac.th/</a></span></p>
<p class="p2"><span style="font-family: Sarabun;">ข้อมูลรายละเอียดหลักสูตร<span class="s1">: </span></span></p>
<p class="p4"><span style="font-family: Sarabun;">TIMM – TIEE : <a href="https://www.fitm.kmutnb.ac.th/openhouse" target="_blank" rel="noopener">https://www.fitm.kmutnb.ac.th/openhouse</a></span></p>
<p class="p4"><span style="font-family: Sarabun;">TILM : <a href="https://www.bas.kmutnb.ac.th/" target="_blank" rel="noopener">https://www.bas.kmutnb.ac.th/</a></span><br />
<span style="font-family: Sarabun;">TIHB : <a href="https://agro.kmutnb.ac.th/" target="_blank" rel="noopener"><span class="s11">https://agro.kmutnb.ac.th/</span></a></span></p>
<hr />
<p class="p4">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/kmutnb-news-260303/">มจพ. แถลงข่าวมอบทุนให้กับนักเรียน ม.3 หลักสูตรโรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเทคนิคไทย-เยอรมัน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซิสโก้เปิดตัวนวัตกรรมสุดล้ำสำหรับยุค AI ที่งาน CISCO LIVE EMEA ปี 2026 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/cisco-news-cisco-live-emea-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 02:01:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[cisco]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13320</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/cisco-news-cisco-live-emea-2026/">ซิสโก้เปิดตัวนวัตกรรมสุดล้ำสำหรับยุค AI ที่งาน CISCO LIVE EMEA ปี 2026 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>CISCO LIVE EMEA, อัมสเตอร์ดัม – 11 กุมภาพันธ์ 2026 – ซิสโก้ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งในยุค AI ในงานประช</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/cisco-news-cisco-live-emea-2026/">ซิสโก้เปิดตัวนวัตกรรมสุดล้ำสำหรับยุค AI ที่งาน CISCO LIVE EMEA ปี 2026 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/cisco-news-cisco-live-emea-2026/">ซิสโก้เปิดตัวนวัตกรรมสุดล้ำสำหรับยุค AI ที่งาน CISCO LIVE EMEA ปี 2026 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>CISCO LIVE EMEA, </strong><strong>อัมสเตอร์ดัม – </strong><strong>11</strong><strong> กุมภาพันธ์ </strong><strong>2026</strong> – ซิสโก้ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งในยุค AI ในงานประชุม Cisco Live ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีกว่า 21,000 คน บริษัทได้เปิดตัวชุดนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถต่อยอดเป้าหมายการใช้งาน Agentic AI ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้ตอกย้ำความแข็งแกร่งของซิสโก้ในการส่งมอบโซลูชันด้านเครือข่าย ความปลอดภัย การตรวจสอบระบบ และอธิปไตยทางดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบครบวงจร</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>นายจีทู พาเทล ประธานและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ ซิสโก้</strong> กล่าวว่า &#8220;นวัตกรรม AI กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา เราจึงมุ่งมั่นส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อให้ลูกค้าสามารถขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว และนำ AI มาใช้ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย การประกาศในวันนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของซิสโก้ในฐานะแพลตฟอร์มที่ครบวงจร โดยนำนวัตกรรมด้านชิปซิลิคอนและระบบ, AgenticOps, ความปลอดภัย และการตรวจสอบสถานะมาผสานรวมกันเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ตั้งแต่ในดาต้าเซ็นเตอร์ไปจนถึงสถานที่ทำงาน และครอบคลุมไปถึงส่วนอื่นๆ ในองค์กร”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>นวัตกรรมสำคัญที่ประกาศที่งาน </strong><strong>Cisco Live EMEA </strong><strong>ได้แก่</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>Silicon One G</strong><strong>300</strong> ช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายขนาดคลัสเตอร์ AI ได้อย่างมหาศาล โดย G300 มาพร้อมกับระบบ Intelligent Collective Networking <strong>ที่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเครือข่าย 33%</strong> และ<strong>ลดเวลาการทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น 28%</strong> เมื่อเทียบกับทราฟฟิกทั่วไป นอกจากนี้ซิสโก้ยังนำเสนอระบบ N9100 และ 8000 ที่ขับเคลื่อนด้วย G300 ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้สร้างเครือข่าย AI โดยเฉพาะทั้ง hyperscalers, neoclouds, ระบบคลาวด์ส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง (sovereign private deployments), ผู้ให้บริการเครือข่าย และองค์กรต่างๆ ไม่เพียงแค่ฮาร์ดแวร์เท่านั้น ซิสโก้ยังนำเสนอ Nexus One unified management plane เพื่อลดความซับซ้อนในการดำเนินงานทั้งในส่วนของดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งแบบ On-premises และบนคลาวด์เป็นเรื่องง่าย นวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐาน AI ของซิสโก้ช่วยให้มั่นใจว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ลดความซับซ้อน และทำให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุน AI</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>New </strong><strong>AgenticOps</strong> จะครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอของซิสโก้ ช่วยให้การดำเนินงานด้าน IT เป็นไปโดยอัตโนมัติ ขยายขนาดได้ และลดความซับซ้อนในยุค โดย AgenticOps อาศัยข้อมูลเชิงลึกจากระบบ Telemetry (cross-domain) ที่ครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม ทั้งจาก Cisco Networking, Security Cloud Control, Cisco Nexus One, Splunk และอื่นๆ ความสามารถใหม่นี้รวมถึงการยกระดับเครื่องมือ ทักษะ และประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มทั้งในด้านเครือข่าย ความปลอดภัย และการตรวจสอบ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">การอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุดของ <strong>Cisco AI Defense</strong> มาพร้อมกับการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน AI (AI supply chain governance) และการป้องกันในขณะประมวลผล (runtime protections) เมื่อใช้เครื่องมือ agentic เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเจาะระบบหรือการบิดเบือนข้อมูล นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับ <strong>Cisco Secure Access Service Edge (SASE) </strong>ด้วยระบบตรวจสอบทราฟฟิกที่รับรู้ถึงเป้าหมาย (intent-aware inspection) โดยการวิเคราะห์ &#8220;เหตุผล&#8221; และ &#8220;วิธีการ&#8221; ของทราฟฟิก agentic เพื่อป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถที่ช่วยนำเทคโนโลยี AI มาใช้ได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งรักษา agent integrity และควบคุม agentic interactions</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จเท่านั้น ลูกค้าที่ใช้งานใน sovereign environmentจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทีม Cisco Customer Experience (CX) พร้อมให้บริการรองรับความต้องการเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งในรูปแบบ Air-gapped, On-premise หรือแบบ Hybrid</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจากนี้ ซิสโก้ได้เปิดตัว <strong>Cisco Critical National Services Centers (CNSCs) </strong>ในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสเปน เพื่อสนับสนุนองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุด ศูนย์เหล่านี้ดำเนินงานภายใต้การควบคุมที่เข้มงวด โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะทาง แยกกระบวนการดำเนินงานอย่างชัดเจน และบริหารจัดการโดยบุคลากรที่ผ่านการตรวจสอบ นอกเหนือจากช่องทางศูนย์ช่วยเหลือทางเทคนิค (Technical Assistance Center หรือ TAC) ตามมาตรฐานของซิสโก้แล้ว ศูนย์ CNSC ยังช่วยให้ลูกค้าสามารถแก้ไขปัญหาทางเทคนิคผ่านช่องทางที่ได้รับอนุมัติและมีความปลอดภัยสูง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจัดการข้อมูลที่เข้มงวดของแต่ละองค์กร จากความสำเร็จและประสบการณ์กว่า 15 ปีในเยอรมัน ปัจจุบันซิสโก้มีศูนย์ CNSC รวม 4 แห่งทั่วยุโรป และกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาศูนย์เพิ่มเติมในอิตาลี</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ประกาศอื่นๆเพิ่มเติมจากงานครั้งนี้:</span></p>
<ul style="font-weight: 400;">
<li><span style="font-family: Sarabun;"><a href="https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2026/m02/cisco-announces-new-silicon-one-g300.html" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2026/m02/cisco-announces-new-silicon-one-g300.html&amp;source=gmail&amp;ust=1770936751442000&amp;usg=AOvVaw04PqR6yg5SQOQhSEhgYJrP">Cisco Announces New Silicon One G300, Advanced Systems and Optics to Power and Scale AI Data Centers for the Agentic Era</a></span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><a href="https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2026/m02/cisco-redefines-security-for-the-agentic-era.html" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2026/m02/cisco-redefines-security-for-the-agentic-era.html&amp;source=gmail&amp;ust=1770936751442000&amp;usg=AOvVaw1ODO5emCWgZ0JKaMJrTwN5">Cisco Redefines Security for the Agentic Era with AI Defense Expansion and AI-Aware SASE</a></span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><a href="https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2026/m02/cisco-expands-agenticops-innovations-across-portfolio.html" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2026/m02/cisco-expands-agenticops-innovations-across-portfolio.html&amp;source=gmail&amp;ust=1770936751442000&amp;usg=AOvVaw2eBYRcdsBENVpJxN0TLFHs">Cisco Expands Agnico’s Innovations Across Portfolio</a></span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">และสามารถติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของซิสโก้ได้ที่ <a href="https://newsroom.cisco.com/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://newsroom.cisco.com/&amp;source=gmail&amp;ust=1770936751442000&amp;usg=AOvVaw1b3OVOExIu5Y3iHvyJHlBb">Cisco Newsroom</a></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>เกี่ยวกับซิสโก้ </strong><strong>(Cisco)</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">Cisco (NASDAQ: CSCO) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ปฏิวัติวิธีการเชื่อมต่อและการรักษาความปลอดภัยให้กับองค์กรในยุค AI เป็นเวลากว่า 40 ปีที่ซิสโก้ได้เชื่อมต่อโลกอย่างปลอดภัย ด้วยโซลูชันและบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ชั้นนำในอุตสาหกรรม ซิสโก้ช่วยให้ลูกค้า พันธมิตร และชุมชนสามารถปลดล็อกนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางดิจิทัล ด้วยจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ซิสโก้ยังคงมุ่งมั่นสร้างอนาคตที่เชื่อมต่อและครอบคลุมให้มากขึ้นสำหรับทุกคน</span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/cisco-news-cisco-live-emea-2026/">ซิสโก้เปิดตัวนวัตกรรมสุดล้ำสำหรับยุค AI ที่งาน CISCO LIVE EMEA ปี 2026 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
